
ภาษีคริปโตในอินเดีย: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับนักลงทุนและผู้พัฒนาเทคโนโลยี
โลกของสินทรัพย์ดิจิทัลและคริปโตเคอร์เรนซีกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในอินเดีย แม้จะมีความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบก็ตาม การเข้ามาของกรอบภาษีที่ชัดเจนจากรัฐบาลอินเดียในปี 2022 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ตลาดนี้มีโครงสร้างและความโปร่งใสมากขึ้น การเข้าใจกฎเกณฑ์ด้านภาษีเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นข้อบังคับทางกฎหมาย แต่ยังเป็นองค์ความรู้สำคัญสำหรับนักลงทุน ผู้พัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชน นักธุรกิจสตาร์ทอัพ และผู้ที่ทำงานในแวดวงเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลทุกคน บทความนี้จะเจาะลึกทุกแง่มุมของ “ภาษีคริปโตในอินเดีย” ตั้งแต่แนวคิดพื้นฐานไปจนถึงการประยุกต์ใช้จริงในเชิงเทคนิคและธุรกิจ
กรอบกฎหมายและประเภทของภาษีคริปโตในอินเดีย
รัฐบาลอินเดียได้กำหนดนิยามและกรอบการจัดเก็บภาษีสำหรับสินทรัพย์เสมือน (Virtual Digital Assets: VDAs) ผ่านการแก้ไขกฎหมายในงบประมาณปี 2022 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2022 เป็นต้นมา การทำความเข้าใจนิยามและโครงสร้างภาษีนี้คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุด
นิยามของ “สินทรัพย์เสมือน” (Virtual Digital Assets: VDAs)
ตามกฎหมายภาษีของอินเดีย “สินทรัพย์เสมือน” มีความหมายกว้างครอบคลุมมากกว่าแค่คริปโตเคอร์เรนซี โดยหมายรวมถึง:
- คริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrencies): เช่น Bitcoin (BTC), Ethereum (ETH), และอื่นๆ
- โทเค็นที่ไม่สามารถเปลี่ยนแทนได้ (Non-Fungible Tokens: NFTs): โทเค็นดิจิทัลที่แสดงถึงความเป็นเจ้าของในสินทรัพย์เฉพาะ
- โทเค็นอื่นๆ บนบล็อกเชน: รวมถึงโทเค็นยูทิลิตี้ (Utility Tokens) และโทเค็นความปลอดภัย (Security Tokens) ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
- สินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ: ที่รัฐบาลอาจกำหนดเพิ่มเติมในภายหลัง
ข้อยกเว้นสำคัญคือ “โทเค็นที่ออกโดยธนาคารกลาง (CBDC)” หรือรูปีดิจิทัล ซึ่งไม่ถูกจัดเป็น VDA ภายใต้กฎหมายนี้
โครงสร้างภาษีหลัก 2 ส่วน
ระบบภาษีสำหรับ VDA ในอินเดียประกอบด้วยสองเสาหลักหลัก:
- ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Tax Deducted at Source: TDS) มาตรา 194S: อัตรา 1% บนมูลค่าการโอน VDA ทุกครั้งที่เกินเกณฑ์กำหนด
- ภาษีจากกำไร (Capital Gains Tax): การนำกำไรจากการขาย VDA ไปรวมคำนวณเป็นรายได้และเสียภาษีในอัตราก้าวหน้า
การคำนวณภาษี: ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (TDS) และภาษีจากกำไร
ส่วนนี้จะอธิบายรายละเอียดการคำนวณภาษีทั้งสองประเภท พร้อมตัวอย่างตัวเลขและโค้ดจำลองการคำนวณ
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (TDS) มาตรา 194S
กฎนี้บังคับให้ผู้ซื้อ (หรือผู้แลกเปลี่ยนหากทำผ่านแพลตฟอร์ม) ต้องหักภาษี 1% ณ ที่จ่าย เมื่อชำระเงินค่าซื้อ VDA และ มูลค่าการซื้อขายเกินเกณฑ์ที่กำหนดในปีภาษี
- อัตราภาษี: 1% ของมูลค่าการโอน
- เกณฑ์สำหรับบุคคลทั่วไป: 50,000 รูปี ต่อปี (สำหรับปีการเงิน 2023-24 เป็นต้นไป ลดลงจาก 10,000 รูปีในปีแรก)
- เกณฑ์สำหรับผู้ประกอบการ/ธุรกิจ: 10,000 รูปี ต่อปี
- เวลาหัก: หัก ณ เวลาที่ชำระเงิน
- ข้อยกเว้น TDS: ไม่ต้องหัก TDS ในกรณีซื้อขายระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายที่ต่างก็เป็นผู้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีในอินเดีย (Resident Indian) และทำการซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนที่ได้รับอนุญาต (Recognized Exchange) ซึ่งแพลตฟอร์มจะเป็นผู้รับผิดชอบหัก TDS แทน
ตัวอย่างการคำนวณ TDS:
// ตัวอย่างโค้ด JavaScript สำหรับคำนวณ TDS
function calculateTDS(transactionValue, totalAnnualVDATransfer, isBusiness) {
const TDS_RATE = 0.01; // 1%
const INDIVIDUAL_THRESHOLD = 50000;
const BUSINESS_THRESHOLD = 10000;
let threshold = isBusiness ? BUSINESS_THRESHOLD : INDIVIDUAL_THRESHOLD;
// ตรวจสอบว่ามูลค่าการโอนสะสมเกินเกณฑ์หรือไม่
if (totalAnnualVDATransfer + transactionValue > threshold) {
// คำนวณ TDS จากมูลค่าการโอนนี้
let tdsAmount = transactionValue * TDS_RATE;
return {
tdsApplicable: true,
tdsAmount: tdsAmount,
netAmountReceived: transactionValue - tdsAmount
};
} else {
return {
tdsApplicable: false,
tdsAmount: 0,
netAmountReceived: transactionValue
};
}
}
// กรณีใช้งาน
let result = calculateTDS(200000, 40000, false); // บุคคลทั่วไป โอน 200,000, โอนสะสมปีนี้ 40,000
console.log(result);
// ผลลัพธ์: { tdsApplicable: true, tdsAmount: 2000, netAmountReceived: 198000 }
// เพราะ 40,000 + 200,000 = 240,000 > 50,000 (เกณฑ์บุคคลทั่วไป)
ภาษีจากกำไร (Capital Gains Tax)
กำไรหรือขาดทุนจากการโอน (ขาย/แลกเปลี่ยน) VDA จะถูกนำมาคำนวณเป็น “รายได้จากแหล่งอื่นๆ” (Income from Other Sources) ก่อนปี 2023 หรือเป็น “กำไรจากธุรกิจ/วิชาชีพ” หากซื้อขายเป็นธุรกิจ เริ่มตั้งแต่ปีภาษี 2023-24 เป็นต้นไป รายได้จาก VDA ถูกแยกเก็บในอัตราพิเศษ
- อัตราภาษี: 30% บนกำไร (Flat Rate) + Cess และ Surcharge (ถ้ามี)
- การคำนวณกำไร: ราคาขาย – ราคาทุน (Cost of Acquisition) – ค่าใช้จ่ายในการโอน (เช่น ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม)
- ข้อสำคัญ: ไม่สามารถหักขาดทุนจากการขาย VDA หนึ่ง ไปลดกำไรจากการขาย VDA อีกตัวได้ (No Set-off or Carry Forward of Losses)
- การถือครองระยะยาว vs สั้น: ไม่มีผลต่ออัตราภาษี (ต่างจากหุ้น) เก็บ 30% เท่ากันหมด
ตัวอย่างการคำนวณภาษีจากกำไร:
// ตัวอย่างโค้ด Python สำหรับคำนวณกำไรและภาษีจาก VDA
class CryptoCapitalGainCalculator:
def __init__(self):
self.TAX_RATE = 0.30 # อัตราภาษี 30%
def calculate_gain_and_tax(self, transactions):
"""
transactions: list of dicts [{'type': 'BUY/SELL', 'amount':, 'price':, 'fee':}]
ใช้วิธี FIFO (First-In, First-Out) ในการคำนวณราคาทุน
"""
holdings = [] # โครงสร้างข้อมูลสำหรับโฮลดิ้ง (amount, purchase_price)
total_profit = 0
taxable_profit = 0
for tx in transactions:
if tx['type'].upper() == 'BUY':
holdings.append({'amount': tx['amount'], 'cost': tx['price']})
elif tx['type'].upper() == 'SELL':
sell_amount_remaining = tx['amount']
sell_value = tx['amount'] * tx['price']
total_cost = 0
# คำนวณราคาทุนแบบ FIFO
while sell_amount_remaining > 0 and holdings:
first_purchase = holdings[0]
if first_purchase['amount'] <= sell_amount_remaining:
# ใช้โฮลดิ้งก้อนแรกทั้งหมด
cost_for_this_lot = first_purchase['amount'] * first_purchase['cost']
total_cost += cost_for_this_lot
sell_amount_remaining -= first_purchase['amount']
holdings.pop(0) # ลบโฮลดิ้งก้อนแรกออก
else:
# ใช้บางส่วนจากโฮลดิ้งก้อนแรก
cost_for_this_part = sell_amount_remaining * first_purchase['cost']
total_cost += cost_for_this_part
first_purchase['amount'] -= sell_amount_remaining
sell_amount_remaining = 0
profit = sell_value - total_cost - tx.get('fee', 0)
if profit > 0:
taxable_profit += profit # นำเฉพาะกำไรมาคำนวณภาษี
total_profit += profit # รวมทั้งกำไรและขาดทุน (แต่ขาดทุนไม่สามารถหักได้)
tax_liability = taxable_profit * self.TAX_RATE
return {
'total_taxable_profit': taxable_profit,
'total_profit_including_losses': total_profit,
'tax_liability': tax_liability,
'remaining_holdings': holdings
}
# ตัวอย่างการใช้งาน
calculator = CryptoCapitalGainCalculator()
transactions_history = [
{'type': 'BUY', 'amount': 1.5, 'price': 2500000, 'fee': 100}, # ซื้อ BTC 1.5 ที่ 2,500,000 รูปี
{'type': 'BUY', 'amount': 0.5, 'price': 2800000, 'fee': 50},
{'type': 'SELL', 'amount': 1.0, 'price': 3000000, 'fee': 80}, # ขาย BTC 1.0 ที่ 3,000,000 รูปี
]
result = calculator.calculate_gain_and_tax(transactions_history)
print(f"กำไรที่ต้องเสียภาษี: {result['total_taxable_profit']:.2f} รูปี")
print(f"ภาษีที่ต้องชำระ (30%): {result['tax_liability']:.2f} รูปี")
การบัญชี การยื่นแบบแสดงรายการ และการปฏิบัติตามกฎหมาย
การรักษาบันทึกและการยื่นแบบแสดงรายการภาษีอย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญเพื่อหลีกเลี่ยงบทลงโทษ
การบันทึกบัญชีที่จำเป็น
- สมุดบัญชีรายการซื้อขาย (Transaction Ledger): วันที่, ประเภท (ซื้อ/ขาย/รับ/ให้), จำนวน VDA, ราคาต่อหน่วยเป็นรูปี, มูลค่ารวม, ค่าธรรมเนียม, ที่อยู่วอลเล็ตหรือแพลตฟอร์มคู่สัญญา
- บันทึกการคำนวณราคาทุน (Cost Acquisition Record): ระบุวิธีคำนวณ (FIFO, LIFO, หรือเฉพาะเจาะจง) และใช้วิธีเดียวกันตลอด
- บันทึกการหักและจ่าย TDS (TDS Deduction & Payment Challans): หมายเลข challan ของการชำระ TDS ไปยังรัฐบาล
- บันทึกรายงานจากแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยน (Exchange Statements): ดาวน์โหลดและเก็บรายงานประจำเดือน/ประจำปี
ขั้นตอนการยื่นแบบแสดงรายการภาษี (ITR Filing)
- คำนวณรายได้จาก VDA: รวมกำไรจากการขายทั้งหมดในปีภาษี
- กรอกข้อมูลในแบบฟอร์ม ITR: สำหรับปีภาษี 2023-24 เป็นต้นไป รายได้จาก VDA จะต้องระบุในส่วนที่เฉพาะเจาะจง (เช่น ใน ITR-2 หรือ ITR-3 ภายใต้ส่วน “Income from Other Sources” หรือส่วนพิเศษสำหรับ VDA)
- แสดงการชำระ TDS: ระบุรายละเอียด TDS ที่ถูกหักและที่หักไว้ในแบบฟอร์ม
- ชำระภาษีส่วนต่าง (หากมี): ภาษีที่คำนวณได้ 30% ลบด้วย TDS ที่ถูกหักไว้แล้ว = ภาษีที่ต้องชำระเพิ่ม
- กำหนดเวลา: ยื่นแบบภายในวันที่ 31 กรกฎาคม ของปีถัดจากปีภาษี (หรือวันที่ขยายเวลา)
บทลงโทษหากไม่ปฏิบัติตาม
| การละเมิด | บทลงโทษโดยประมาณ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษี (Failure to File ITR) | ค่าปรับสูงสุด 10,000 รูปี | ภายใต้มาตรา 234F |
| ไม่ชำระภาษีหรือชำระไม่ครบ (Tax Underpayment) | ดอกเบี้ยร้อยละ 1% ต่อเดือน + ค่าปรับอาจสูงถึง 50-200% ของภาษีที่ค้างชำระ | ขึ้นอยู่กับความรุนแรง (มาตรา 234A, 270A) |
| ไม่หักหรือไม่จ่าย TDS (TDS Default) | ดอกเบี้ย + ค่าปรับเท่ากับจำนวน TDS ที่ไม่หักหรือไม่จ่าย | มาตรา 201, 201(1A) |
| ไม่ออกใบรับ TDS (Failure to Issue TDS Certificate) | ค่าปรับ 500 รูปี ต่อใบรับ | มาตรา 272A |
กรณีศึกษาและตัวอย่างการประยุกต์ใช้จริง
การทำความเข้าใจทฤษฎีเป็นสิ่งสำคัญ แต่การเห็นการประยุกต์ใช้จริงจะช่วยให้เข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น
กรณีศึกษา 1: นักลงทุนรายบุคคล (HODLer)
สถานการณ์: ราหุล ซื้อ BTC 0.2 ในราคา 2,000,000 รูปีในเดือนมกราคม 2023 (ค่าธรรมเนียม 100 รูปี) และขายทั้งหมดในราคา 3,500,000 รูปีในเดือนธันวาคม 2023 (ค่าธรรมเนียม 150 รูปี) เขายังได้รับ Airdrop โทเค็นใหม่มูลค่า 50,000 รูปี และขายโทเค็นนั้นในราคา 60,000 รูปี
- กำไรจาก BTC: (3,500,000 – 150) – (2,000,000 + 100) = 1,499,750 รูปี
- กำไรจาก Airdrop: ราคาทุนของ Airdrop คือ 0 (ตามคำชี้แจงของกรมสรรพากร) ดังนั้นกำไร = 60,000 รูปี
- กำไรรวมที่ต้องเสียภาษี: 1,499,750 + 60,000 = 1,559,750 รูปี
- ภาษีที่ต้องชำระ (30%): 1,559,750 * 0.30 = 467,925 รูปี
- TDS: หากขายผ่านแพลตฟอร์มที่จดทะเบียน แพลตฟอร์มจะหัก TDS 1% ของมูลค่าการขาย (35,000 รูปี) ราหุลจะต้องชำระภาษีเพิ่มอีก 432,925 รูปี ระหว่างยื่นแบบ ITR
กรณีศึกษา 2: ผู้พัฒนาและรับโทเค็นเป็นค่าจ้าง (Developer)
สถานการณ์: ปรียา เป็นผู้พัฒนา Smart Contract ให้กับโปรเจกต์ DeFi แห่งหนึ่ง และได้รับค่าจ้างเป็นโทเค็น DAO จำนวน 1,000 โทเค็น ในวันที่ได้รับ โทเค็นมีมูลค่าตลาด 100 รูปี/โทเค็น เธอถือโทเค็นไว้ 6 เดือน แล้วขายในราคา 150 รูปี/โทเค็น
- การรับโทเค็นเป็นรายได้: มูลค่า 1,000 * 100 = 100,000 รูปี จะถูกนำมารวมเป็น “รายได้จากเงินเดือน/ธุรกิจ” และเสียภาษีตามอัตราก้าวหน้าในปีที่ได้รับ
- การขายโทเค็นในภายหลัง: ราคาขาย (150,000 รูปี) – ราคาทุน (100,000 รูปี) = กำไร 50,000 รูปี กำไรนี้จะถูกนำไปเสียภาษีแยกในอัตรา 30% (15,000 รูปี) นอกจากนี้ เธอยังต้องเสียภาษีจากรายได้ 100,000 รูปีที่ได้รับก่อนหน้าแล้ว
หมายเหตุสำคัญ: นี่คือการตีความตามกฎหมายปัจจุบัน ซึ่งอาจมีความซับซ้อนและควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีโดยตรง
การเขียนโปรแกรมเพื่อติดตามพอร์ตโฟลิโอและภาษี
นักพัฒนาและนักลงทุนสามารถสร้างสคริปต์ง่ายๆ เพื่อติดตามต้นทุนและคำนวณภาษีเบื้องต้นได้
// ตัวอย่างโค้ด TypeScript Interface และฟังก์ชันสำหรับจัดการพอร์ต VDA
interface VDATransaction {
id: string;
date: Date;
type: 'BUY' | 'SELL' | 'AIRDROP' | 'FORK' | 'REWARD';
asset: string;
amount: number;
pricePerUnit: number; // ในสกุลเงินท้องถิ่น (INR)
fees: number;
exchange?: string;
walletAddress?: string;
}
class CryptoPortfolioTracker {
private transactions: VDATransaction[] = [];
addTransaction(tx: VDATransaction): void {
this.transactions.push(tx);
this.transactions.sort((a, b) => a.date.getTime() - b.date.getTime()); // เรียงลำดับตามวันที่
}
// คำนวณกำไรขาดทุนตามวิธี FIFO สำหรับสินทรัพย์หนึ่งชนิด
calculateFIFOPnL(asset: string): { realizedProfit: number; holdings: number; avgCost: number } {
let holdings: { amount: number, cost: number }[] = [];
let realizedProfit = 0;
const assetTxs = this.transactions.filter(tx => tx.asset === asset);
for (const tx of assetTxs) {
if (tx.type === 'BUY' || tx.type === 'AIRDROP' || tx.type === 'REWARD') {
// สำหรับ Airdrop/Reward ราคาทุนอาจเป็น 0 หรือมูลค่าตลาด ณ วันรับ
const costBasis = (tx.type === 'BUY') ? tx.pricePerUnit : 0;
holdings.push({ amount: tx.amount, cost: costBasis });
} else if (tx.type === 'SELL') {
let sellAmountRemaining = tx.amount;
let totalCostOfSold = 0;
while (sellAmountRemaining > 0 && holdings.length > 0) {
const firstLot = holdings[0];
if (firstLot.amount <= sellAmountRemaining) {
totalCostOfSold += firstLot.amount * firstLot.cost;
sellAmountRemaining -= firstLot.amount;
holdings.shift(); // นำก้อนแรกออก (FIFO)
} else {
totalCostOfSold += sellAmountRemaining * firstLot.cost;
firstLot.amount -= sellAmountRemaining;
sellAmountRemaining = 0;
}
}
const saleValue = (tx.amount - sellAmountRemaining) * tx.pricePerUnit - tx.fees;
realizedProfit += (saleValue - totalCostOfSold);
}
}
const totalHoldings = holdings.reduce((sum, lot) => sum + lot.amount, 0);
const totalCost = holdings.reduce((sum, lot) => sum + (lot.amount * lot.cost), 0);
const avgCost = totalHoldings > 0 ? totalCost / totalHoldings : 0;
return {
realizedProfit: realizedProfit,
holdings: totalHoldings,
avgCost: avgCost
};
}
// สร้างรายงานสำหรับการยื่นภาษี
generateTaxReport(financialYear: string): any {
// กรองธุรกรรมในปีภาษีที่กำหนด
const [startYear, endYear] = financialYear.split('-').map(Number);
const startDate = new Date(startYear, 3, 1); // 1 เมษายน
const endDate = new Date(endYear, 2, 31); // 31 มีนาคม
const yearlyTxs = this.transactions.filter(tx =>
tx.date >= startDate && tx.date <= endDate && tx.type === 'SELL'
);
const assets = [...new Set(yearlyTxs.map(tx => tx.asset))];
let totalTaxableProfit = 0;
for (const asset of assets) {
const pnl = this.calculateFIFOPnL(asset);
if (pnl.realizedProfit > 0) {
totalTaxableProfit += pnl.realizedProfit;
}
// หมายเหตุ: ขาดทุนไม่นำมาหักลบ
}
const taxLiability = totalTaxableProfit * 0.30;
return {
financialYear: financialYear,
totalTaxableProfit: totalTaxableProfit,
taxLiability30Percent: taxLiability,
applicableTDS: 0, // ต้องคำนวณแยกจากบันทึก TDS
netTaxPayable: taxLiability // ลบด้วย TDS ที่หักไว้แล้ว
};
}
}
// การใช้งาน
const tracker = new CryptoPortfolioTracker();
tracker.addTransaction({
id: '1', date: new Date('2023-06-15'), type: 'BUY', asset: 'ETH',
amount: 2, pricePerUnit: 150000, fees: 200
});
tracker.addTransaction({
id: '2', date: new Date('2023-12-20'), type: 'SELL', asset: 'ETH',
amount: 1, pricePerUnit: 200000, fees: 150
});
const report = tracker.generateTaxReport('2023-24');
console.log(report);
แนวโน้มในอนาคตและคำแนะนำสำหรับนักเทคโนโลยีและนักลงทุน
ภูมิทัศน์ของกฎระเบียบและเทคโนโลยีคริปโตในอินเดียยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
แนวโน้มกฎระเบียบที่อาจเกิดขึ้น
- การจัดประเภทใหม่: การแยกประเภท VDA ออกเป็น Currency, Security, Utility และ Commodity Tokens เพื่อใช้กฎเกณฑ์และอัตราภาษีที่แตกต่างกัน
- การลดอัตราภาษี: อาจมีการทบทวนอัตราภาษี 30% และกฎหักขาดทุนไม่ได้ หากตลาดเติบโตและรัฐบาลต้องการส่งเสริมอุตสาหกรรม
- การรายงานข้อมูลอัตโนมัติ: แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนอาจต้องรายงานธุรกรรมทั้งหมดไปยังกรมสรรพากรอัตโนมัติผ่านระบบเช่น 26AS สำหรับ VDA
- การควบคุม DeFi และ DAO: การให้ความชัดเจนเกี่ยวกับการเก็บภาษีจากกิจกรรมใน DeFi เช่น Yield Farming, Staking, Lending
คำแนะนำเชิงปฏิบัติและ Best Practices
| กลุ่มเป้าหมาย | คำแนะนำสำคัญ |
|---|---|
| นักลงทุนรายบุคคล |
|
| ผู้พัฒนา/สตาร์ทอัพบล็อกเชน |
|
| แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยน/ธุรกิจ VDA |
|
Summary
ระบบภาษีคริปโตของอินเดียซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2022 นั้น ได้สร้างกรอบที่ชัดเจนแต่ก็เข้มงวดสำหรับการจัดเก็บภาษีจากสินทรัพย์เสมือน (VDAs) ใจกลางของระบบประกอบด้วยสองส่วนหลัก: การหักภาษี ณ ที่จ่าย (TDS) 1% ภายใต้มาตรา 194S สำหรับการโอนส่วนใหญ่ และ การจัดเก็บภาษีในอัตราคงที่ 30% บนกำไรที่เกิดขึ้นจากการขาย โดยไม่สามารถหักขาดทุนจากสินทรัพย์หนึ่งไปชดเชยกับอีกสินทรัพย์หนึ่งได้ แม้ระบบจะสร้างความโปร่งใสและรายได้ให้รัฐ แต่อัตราภาษีที่สูงและการไม่ยอมรับการหักขาดทุนก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจเป็นการยับยั้งนวัตกรรม สำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในแวดวงเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุน ผู้พัฒนา หรือผู้ประกอบการ การทำความเข้าใจกฎเหล่านี้อย่างลึกซึ้ง การรักษาบันทึกที่ถูกต้องแม่นยำ (โดยอาจใช้เครื่องมือหรือสคริปต์ที่พัฒนาขึ้นเอง) และการวางแผนการเงินและธุรกิจโดยคำนึงถึงภาระภาษีตั้งแต่แรก ถือเป็นความได้เปรียบเชิงแข่งขันที่สำคัญ อนาคตของกรอบกฎหมายนี้ยังอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออินเดียกำลังพิจารณากฎหมายที่ครอบคลุมมากขึ้นสำหรับสินทรัพย์คริปโต ดังนั้น การติดตามข่าวสารและพร้อมปรับตัวจึงเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จในระบบนิเวศดิจิทัลที่พัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่งแห่งนี้


