
บทนำ: ทำความรู้จักกับค่า Gas ในโลกของ Ethereum
ในยุคที่เทคโนโลยีบล็อกเชนและเครือข่ายกระจายศูนย์กำลังปฏิวัติอุตสาหกรรมต่าง ๆ การทำความเข้าใจกลไกพื้นฐานที่ขับเคลื่อนระบบเหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ สำหรับผู้ใช้หรือนักพัฒนาบนเครือข่าย Ethereum ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือมือเก่า สิ่งหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และมักสร้างความสับสนไม่น้อยคือ “ค่า Gas” หรือ “Gas Fee” ค่าใช้จ่ายปริศนาที่เราต้องจ่ายทุกครั้งที่ต้องการทำธุรกรรม ไม่ว่าจะเป็นการโอนโทเค็น สร้างสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract) หรือมีปฏิสัมพันธ์กับแอปพลิเคชันกระจายศูนย์ (dApps) บทความเทคโนโลยีฉบับสมบูรณ์นี้จะพาคุณเจาะลึกทุกแง่มุมของค่า Gas Ethereum ตั้งแต่แนวคิดพื้นฐาน กลไกการคำนวณ ปัจจัยที่มีผล ไปจนถึงกลยุทธ์และการปฏิบัติที่ดีที่สุดเพื่อจัดการกับค่าใช้จ่ายนี้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยพื้นฐานแล้ว ค่า Gas คือค่าธรรมเนียมที่ผู้ใช้จ่ายให้กับเครือข่าย Ethereum เพื่อดำเนินการคำนวณหรือประมวลผลธุรกรรมใดๆ ก็ตาม เปรียบเสมือนค่าน้ำมันที่ทำให้รถยนต์ (ธุรกรรม) ของคุณสามารถเคลื่อนที่ไปบนถนน (เครือข่ายบล็อกเชน) ได้ กลไกนี้มีอยู่ด้วยเหตุผลสำคัญหลายประการ: เป็นการป้องกันเครือข่ายจากสแปมและคำขอที่ไร้ประโยชน์ (เนื่องจากต้องเสียค่าใช้จ่าย) เป็นการจ่ายค่าตอบแทนให้กับผู้ตรวจสอบความถูกต้อง (Validators) ที่ใช้ทรัพยากรในการรันโหนดและประมวลผลธุรกรรมของคุณ และที่สำคัญคือเป็นการควบคุมการใช้ทรัพยากรการคำนวณของเครือข่ายให้มีประสิทธิภาพ เนื่องจากทุกการดำเนินการบน Ethereum ต้องใช้พลังประมวลผลของเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในเครือข่าย
แก่นแท้ของ Gas: หน่วยวัดและองค์ประกอบ
เพื่อให้เข้าใจค่า Gas ได้อย่างถ่องแท้ เราต้องแยกแยะระหว่างคำศัพท์สำคัญสามคำที่มักใช้ปนกัน ได้แก่ Gas, Gas Price, และ Gas Fee (หรือ Transaction Fee)
Gas: หน่วยวัดงานคอมพิวเตอร์
Gas คือหน่วยวัดปริมาณงานคอมพิวเตอร์ (computational effort) ที่จำเป็นสำหรับการดำเนินการเฉพาะบนเครือข่าย Ethereum แต่ละการดำเนินการ เช่น การคำนวณพื้นฐาน การอ่านหรือเขียนข้อมูลในพื้นที่จัดเก็บ การโอนโทเค็น หรือการเรียกใช้ฟังก์ชันในสัญญาอัจฉริยะ มีค่า “Gas” ที่กำหนดไว้ตายตัว ตัวอย่างเช่น การโอน ETH มาตรฐานจะใช้ Gas จำนวน 21,000 หน่วยเสมอ ในขณะที่การดำเนินการที่ซับซ้อนอย่างการมีปฏิสัมพันธ์กับ dApp หรือการปรับใช้สัญญาอัจฉริยะใหม่ อาจใช้ Gas นับหมื่นถึงหลายแสนหน่วย
// ตัวอย่างการดำเนินการและค่า Gas โดยประมาณ
// (ค่าจริงอาจแตกต่างไปขึ้นอยู่กับสถานะของเครือข่ายและความซับซ้อนของโค้ด)
การโอน ETH มาตรฐาน: 21,000 gas
การโอนโทเค็น ERC-20: ~65,000 gas
การแลกเปลี่ยนบน DEX (Uniswap): ~100,000 - 200,000 gas
การปรับใช้สัญญาอัจฉริยะอย่างง่าย: ~500,000 - 1,000,000 gas
Gas Price: ราคาต่อหน่วย Gas
Gas Price คือจำนวน ETH ที่คุณยินดีจะจ่ายต่อหนึ่งหน่วย Gas โดยปกติมีหน่วยเป็น “Gwei” (1 Gwei = 0.000000001 ETH หรือ 10^-9 ETH) นี่คือส่วนที่ผู้ใช้สามารถกำหนดหรือปรับแต่งได้เองเพื่อเร่งหรือประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรม ยิ่งตั้ง Gas Price สูง ธุรกรรมของคุณก็มีโอกาสได้รับการประมวลผลโดยผู้ตรวจสอบความถูกต้องเร็วขึ้น เพราะเป็นสิ่งจูงใจทางเศรษฐกิจให้พวกเขารวมธุรกรรมของคุณลงในบล็อกถัดไป
Gas Fee (Transaction Fee): ค่าธรรมเนียมทั้งหมด
Gas Fee หรือค่าธรรมเนียมธุรกรรมทั้งหมด คือผลคูณของ Gas (จำนวนหน่วย) และ Gas Price (ราคาต่อหน่วย) สูตรการคำนวณมีดังนี้
Gas Fee (ETH) = Gas Used * Gas Price (ใน ETH)
หรือ
Gas Fee (Gwei) = Gas Used * Gas Price (ใน Gwei)
ตัวอย่าง: หากคุณต้องการโอน ETH (ใช้ Gas 21,000 หน่วย) และตั้ง Gas Price ไว้ที่ 50 Gwei ค่าธรรมเนียมทั้งหมดจะเป็น 21,000 * 50 = 1,050,000 Gwei ซึ่งเท่ากับ 0.00105 ETH
กลไกการกำหนดค่า Gas: จาก EIP-1559 และบทบาทของตลาด
ก่อนการอัปเกรดลอนดอน (London Upgrade) ในปี 2021 ซึ่งนำเสนอ EIP-1559 กลไกการกำหนดค่า Gas เป็นระบบประมูลแบบง่าย (First-Price Auction) ที่ผู้ใช้ต้องคาดเดา Gas Price ที่เหมาะสมเพื่อให้ธุรกรรมผ่าน ซึ่งมักทำให้ผู้ใช้จ่ายแพงเกินจำเป็นและสร้างความไม่แน่นอนสูง EIP-1559 ได้ปฏิวัติโมเดลนี้โดยนำโครงสร้างค่าธรรมเนียมใหม่ที่ประกอบด้วยสามส่วนหลัก
1. Base Fee (ค่าธรรมเนียมฐาน)
นี่คือค่าธรรมเนียมขั้นต่ำที่ต้องจ่ายสำหรับการรวมธุรกรรมในบล็อกนั้นๆ ค่า Base Fee นี้ถูกกำหนดโดยโปรโตคอลเอง (ไม่ใช่โดยผู้ตรวจสอบความถูกต้อง) และจะปรับขึ้นลงแบบไดนามิกตามระดับความคับคั่งของเครือข่าย (Network Congestion) หากบล็อกก่อนหน้านี้ถูกใช้เกิน 50% ของความจุ Base Fee จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หากใช้ต่ำกว่า 50% Base Fee จะลดลง ค่า Base Fee หลังจากที่จ่ายแล้วจะถูก “เผา” (Burn) ทิ้งไป ทำให้อุปทานของ ETH ลดลง
2. Priority Fee (Tip / ค่าตอบแทนพิเศษ)
เพื่อจูงใจให้ผู้ตรวจสอบความถูกต้องรวมธุรกรรมของคุณในบล็อก ผู้ใช้สามารถเพิ่ม Priority Fee (หรือทิป) ได้จาก Base Fee ส่วนนี้จะเข้าสู่ผู้ตรวจสอบความถูกต้องโดยตรงเป็นค่าตอบแทน ยิ่ง Priority Fee สูง ธุรกรรมของคุณก็ยิ่งมีลำดับความสำคัญสูง
3. Max Fee (ค่าธรรมเนียมสูงสุด)
นี่คือจำนวนสูงสุดของ ETH ที่ผู้使用者ินดีจะจ่ายสำหรับธุรกรรมนั้น (รวม Base Fee + Priority Fee) โปรโตคอลจะไม่เรียกเก็บเกินจำนวนนี้
ดังนั้น สูตรค่าธรรมเนียมหลัง EIP-1559 จึงเป็น:
Gas Fee = (Base Fee + Priority Fee) * Gas Used
Max Fee per Gas = จำนวนสูงสุดที่คุณยินดีจ่ายต่อหน่วย Gas
// ระบบจะคืน ETH ส่วนต่างหาก Max Fee > (Base Fee + Priority Fee)
ตารางเปรียบเทียบ: ระบบก่อนและหลัง EIP-1559
| ลักษณะ | ระบบก่อน EIP-1559 (First-Price Auction) | ระบบหลัง EIP-1559 |
|---|---|---|
| การกำหนดราคา | ผู้ใช้ประมูลโดยคาดเดา Gas Price ที่เหมาะสม | โปรโตคอลกำหนด Base Fee อัตโนมัติ + ผู้ใช้เพิ่ม Priority Fee |
| ความสามารถในการคาดการณ์ | ต่ำ ผู้ใช้ต้องคาดเดาและมักจ่ายแพงเกิน | สูงขึ้น Base Fee คาดการณ์ได้ง่ายกว่า |
| ส่วนที่ถูกเผาทิ้ง | ไม่มี | Base Fee ทั้งหมดถูกเผาทิ้ง |
| ค่าตอบแทนผู้ตรวจสอบ | Gas Fee ทั้งหมด | เฉพาะ Priority Fee |
| ประสบการณ์ผู้ใช้ | ซับซ้อน ต้องตั้ง Gas Price เอง | ง่ายขึ้น วอลเล็ตมักเสนอค่าที่เหมาะสมให้ |
ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่า Gas Ethereum
ค่า Gas ไม่ได้คงที่และผันผวนอยู่เสมอ โดยมีปัจจัยหลักหลายประการที่ส่งผลกระทบ:
1. ความคับคั่งของเครือข่าย (Network Congestion)
นี่คือปัจจัยที่มีอิทธิพลมากที่สุด เมื่อมีผู้ใช้จำนวนมากส่งธุรกรรมพร้อมกัน (เช่น ในช่วงที่ตลาด NFT เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ มีการเปิดตัว DeFi โปรเจกต์สำคัญ หรือความผันผวนของตลาดคริปโตรุนแรง) ความต้องการพื้นที่ในบล็อกก็จะสูงขึ้น กลไกตลาดจะทำให้ Base Fee พุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย
2. ความซับซ้อนของธุรกรรม
ดังที่กล่าวไว้ ธุรกรรมที่ต้องใช้การคำนวณมากหรือโต้ตอบกับสัญญาอัจฉริยะที่ซับซ้อนจะใช้ Gas จำนวนมากกว่าการโอน ETH มาตรฐาน โค้ดที่เขียนไม่ดีหรือมีลูปที่ไม่จำเป็นสามารถทำให้ค่า Gas สูงลิ่วได้
3. Gas Limit
Gas Limit คือจำนวนหน่วย Gas สูงสุดที่คุณอนุญาตให้ธุรกรรมนั้นใช้ได้ สำหรับการโอน ETH มาตรฐาน ตั้งไว้ที่ 21,000 ก็เพียงพอ แต่สำหรับการดำเนินการที่ซับซ้อน คุณต้องตั้งค่าให้สูงพอที่จะครอบคลุมการดำเนินการทั้งหมด หากตั้งต่ำเกินไป ธุรกรรมจะ “หมด Gas” (Out of Gas) และล้มเหลว โดยที่ Gas ที่ใช้ไปแล้วจะไม่ถูกคืน
4. ความเร่งด่วนของผู้ใช้
หากคุณต้องการให้ธุรกรรมดำเนินการทันที (เช่น เพื่อรับประมูล NFT ที่หายาก) คุณจำเป็นต้องตั้ง Priority Fee สูงเพื่อแซงคิวธุรกรรมอื่นๆ
การประมาณค่า Gas และ Best Practices สำหรับผู้ใช้และนักพัฒนา
การจัดการค่า Gas อย่างชาญฉลาดสามารถช่วยประหยัดเงินและเวลาได้อย่างมหาศาล
สำหรับผู้ใช้ทั่วไป
- เลือกเวลาทำธุรกรรม: หลีกเลี่ยงช่วงเวลาเร่งด่วนของเครือข่าย ซึ่งมักตรงกับเวลาทำการในอเมริกาเหนือ (UTC-5 ถึง UTC-8) การทำธุรกรรมในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์หรือเวลากลางคืนตาม UTC มักได้ค่า Gas ที่ต่ำกว่า
- ใช้เครื่องมือตรวจสอบ Gas: ใช้เว็บไซต์เช่น Etherscan’s Gas Tracker, ETH Gas Station, หรือ Gas Now เพื่อดู Base Fee และคำแนะนำ Priority Fee ในปัจจุบันแบบเรียลไทม์
- ใช้คุณสมบัติ “Speed Up” และ “Cancel”: หากธุรกรรมค้างอยู่นานเนื่องจากตั้ง Gas Price ต่ำเกินไป วอลเล็ตส่วนใหญ่ช่วยให้คุณสามารถส่งธุรกรรมใหม่ด้วย Nonce เดิมและ Gas Price ที่สูงขึ้นเพื่อเร่งหรือยกเลิกธุรกรรมเดิมได้
- พิจารณาเลเยอร์ 2 (Layer 2): สำหรับการใช้งานประจำวัน เช่น การแลกเปลี่ยนโทเค็นหรือเล่นเกมบล็อกเชน การใช้โซลูชันเลเยอร์ 2 เช่น Arbitrum, Optimism, Polygon zkEVM, หรือ StarkNet สามารถลดค่า Gas ลงได้มากถึง 10-100 เท่า
สำหรับนักพัฒนาสัญญาอัจฉริยะ
การออกแบบและเขียนโค้ดมีผลกระทบโดยตรงต่อ Gas ที่ผู้ใช้ต้องจ่าย
- ลดการคำนวณบนเชน: ย้ายการคำนวณที่ซับซ้อนไปดำเนินการออฟเชนเมื่อเป็นไปได้ และเก็บเพียงผลลัพธ์หรือการพิสูจน์ความถูกต้องบนเชน
- เพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงข้อมูล: การอ่านและเขียนข้อมูลในพื้นที่จัดเก็บ (Storage) มีค่าใช้จ่ายสูงมาก ใช้ตัวแปรในหน่วยความจำ (Memory) หรือบนสแต็ก (Stack) แทนเมื่อข้อมูลไม่จำเป็นต้องเก็บถาวร
- หลีกเลียดลูปที่ไม่รู้จักขอบเขต: ลูปที่จำนวนครั้งขึ้นกับอินพุตจากผู้ใช้มีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้ธุรกรรมหมด Gas ควรใช้รูปแบบการดึงข้อมูล (Pull over Push) หรือกำหนดขีดจำกัดที่ปลอดภัย
- ใช้ Libraries และใช้ Compiler Optimization: รีวิวและใช้ไลบรารีที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว (เช่น OpenZeppelin) และเปิดใช้งานการเพิ่มประสิทธิภาพของคอมไพเลอร์ (เช่น Solidity’s optimizer) เพื่อลดขนาดโค้ดและ Gas ที่ใช้
// ตัวอย่างโค้ดที่ไม่มีประสิทธิภาพ vs มีประสิทธิภาพ
// ไม่มีประสิทธิภาพ: เขียน Storage ซ้ำๆ ในลูป
for(uint i = 0; i < items.length; i++) {
total += items[i];
storedValue = total; // เขียน Storage ทุกลูป → แพง!
}
// มีประสิทธิภาพ: คำนวณใน Memory ก่อน แล้วเขียน Storage ทีเดียว
uint memoryTotal = 0;
for(uint i = 0; i < items.length; i++) {
memoryTotal += items[i];
}
storedValue = memoryTotal; // เขียน Storage แค่ครั้งเดียว → ถูกลง
กรณีศึกษาและสถานการณ์จริงของค่า Gas
กรณีศึกษา 1: การเปิดตัว NFT Collection "The Saudis"
ในเดือนมกราคม 2022 โปรเจกต์ NFT "The Saudis" มีการเปิดตัวแบบ Dutch Auction ซึ่งดึงดูดความสนใจอย่างมหาศาล ความคับคั่งที่เกิดขึ้นทำให้ค่า Gas Price บนเครือข่าย Ethereum พุ่งสูงเกิน 7,000 Gwei ชั่วขณะหนึ่ง ผู้ใช้ที่ต้องการรับประมูลในช่วงเวลานี้ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมมากกว่าหลายร้อยดอลลาร์สหรัฐต่อธุรกรรม แม้แต่การยกเลิกธุรกรรม (Cancel) ก็ยังมีค่าใช้จ่ายสูง สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงผลกระทบของความคับคั่งของเครือข่ายและความสำคัญของการวางแผนเวลาในการทำธุรกรรม
กรณีศึกษา 2: การใช้ DEX Aggregator (1inch, Matcha)
แพลตฟอร์มรวมการแลกเปลี่ยนแบบกระจายศูนย์ (DEX Aggregator) ไม่เพียงแต่หาสายการแลกเปลี่ยน (Route) ที่ให้ราคาดีที่สุด แต่ยังคำนึงถึงค่า Gas ด้วย บางครั้งการแลกเปลี่ยนผ่านหลายสเตปบน DEX ที่มีสภาพคล่องสูงอาจใช้ Gas มากกว่า แต่ได้ราคาที่ดีกว่าการแลกเปลี่ยนตรงบน Uniswap ซึ่งอาจมีค่าธรรมเนียมรวม (รวม Gas) ที่ถูกกว่า แพลตฟอร์มเหล่านี้คำนวณ "ราคาที่มีประสิทธิภาพ" (Effective Price) โดยคำนึงถึงทั้งราคาของโทเค็นและค่า Gas ให้แล้ว
กรณีศึกษา 3: การโอนผ่านเลเยอร์ 2 (Layer 2)
เปรียบเทียบการแลกเปลี่ยนโทเค็น USDC เป็น DAI:
- บน Ethereum Mainnet (ช่วงคับคั่งปานกลาง): Gas Used ~150,000 units, Gas Price 50 Gwei → ค่า Gas = 0.0075 ETH (~$15 ที่ ETH = $2,000)
- บน Arbitrum One (เลเยอร์ 2): Gas Used อาจสูงกว่าเพราะการคำนวณต่างกัน แต่ Gas Price ต่ำมาก (~0.1 Gwei) และมีการบีบอัดข้อมูล → ค่า Gas รวม ~$0.5 - $2
ความแตกต่างนี้ชัดเจนและเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เลเยอร์ 2 เติบโตอย่างรวดเร็วสำหรับการใช้งาน dApps ในชีวิตประจำวัน
ตารางเปรียบเทียบค่า Gas สำหรับการดำเนินการทั่วไปบนเลเยอร์ต่างๆ
| การดำเนินการ | Ethereum Mainnet (USD)* | Polygon PoS (USD)* | Arbitrum One (USD)* | Optimism (USD)* |
|---|---|---|---|---|
| โอน ETH/โทเค็น | $5 - $50 | $0.01 - $0.1 | $0.1 - $0.5 | $0.1 - $0.5 |
| แลกเปลี่ยนบน DEX | $15 - $150 | $0.05 - $0.3 | $0.5 - $3 | $0.5 - $3 |
| มิ้นต์ NFT อย่างง่าย | $30 - $300 | $0.1 - $1 | $1 - $5 | $1 - $5 |
*หมายเหตุ: ราคาเป็นค่าประมาณและผันผวนตามราคา ETH และความคับคั่งของเครือข่ายแต่ละแห่ง
อนาคตของค่า Gas: การอัปเกรดสู่ Ethereum 2.0 และ Scalability
ปัญหา Gas สูงเป็นแรงผลักดันสำคัญในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของ Ethereum แนวทางหลักในการแก้ไขมีดังนี้
1. The Merge และการเปลี่ยนสู่ Proof-of-Stake
การเปลี่ยนจากกลไกฉันทามติ Proof-of-Work (PoW) เป็น Proof-of-Stake (PoS) ผ่านเหตุการณ์ "The Merge" ในปี 2022 ไม่ได้ลดค่า Gas โดยตรง แต่เตรียมพื้นฐานสำหรับการอัปเกรดด้านความสามารถในการขยาย (scalability) ในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดใช้งาน Sharding
2. Sharding (การแบ่งส่วนข้อมูล)
Sharding คือแผนการแบ่งฐานข้อมูลของ Ethereum ออกเป็นส่วนย่อยๆ เรียกว่า "ชาร์ด" แต่ละชาร์ดจะประมวลผลธุรกรรมและสัญญาของตัวเองได้ ซึ่งจะเพิ่มปริมาณงานโดยรวมของเครือข่ายได้อย่างมาก คาดว่าเมื่อรวมกับเลเยอร์ 2 แล้ว จะสามารถประมวลผลธุรกรรมได้นับหมื่นถึงแสนรายการต่อวินาที และลดค่า Gas ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ การอัปเกรดนี้คาดว่าจะเกิดขึ้นในระยะ 1-2 ปีข้างหน้า
3.การพัฒนาต่อเนื่องของเลเยอร์ 2 (Rollups)
Zero-Knowledge Rollups (ZK-Rollups) และ Optimistic Rollups จะมีประสิทธิภาพและใช้งานง่ายขึ้นเรื่อยๆ โดย ZK-Rollups มีศักยภาพในการให้ประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกับเมนเน็ตแต่มีค่า Gas ที่ถูกกว่ามาก และมีเวลายืนยันที่เร็วมาก (Finality)
4.การอัปเกรดโปรโตคอลอื่นๆ
EIP ต่างๆ ที่เสนอเข้ามาอย่างต่อเนื่องมุ่งเป้าไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลธุรกรรม การบีบอัดข้อมูล (เช่น EIP-4844 หรือ Proto-Danksharding ที่จะลดค่า Gas สำหรับเลเยอร์ 2 ลงอีก) และการปรับปรุงโครงสร้างข้อมูล
Summary
ค่า Gas Ethereum เป็นกลไกทางเศรษฐกิจที่สำคัญและชาญฉลาดซึ่งทำหน้าที่เป็นหัวใจของการรักษาความปลอดภัย ความยั่งยืน และประสิทธิภาพของเครือข่าย Ethereum มันทำหน้าที่เป็นตัวป้องกันสแปม เป็นค่าตอบแทนสำหรับผู้ตรวจสอบความถูกต้อง และเป็นระบบกำหนดราคาตามอุปสงค์-อุปทานสำหรับทรัพยากรการคำนวณบนบล็อกเชน การเข้าใจองค์ประกอบของมัน ได้แก่ Gas (หน่วยงาน), Gas Price (ราคาต่อหน่วย) และ Gas Fee (ค่าธรรมเนียมรวม) รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสำคัญจาก EIP-1559 ที่นำเสนอ Base Fee, Priority Fee และการเผาทิ้ง ETH ช่วยให้ผู้ใช้สามารถนำทางในระบบนิเวศ Ethereum ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนค่า Gas ได้แก่ ความคับคั่งของเครือข่าย ความซับซ้อนของธุรกรรม และความเร่งด่วนของผู้ใช้ โดยผู้ใช้สามารถใช้กลยุทธ์ต่างๆ เช่น การเลือกเวลาทำธุรกรรม การใช้เครื่องมือติดตาม Gas และการย้ายไปใช้เลเยอร์ 2 เพื่อจัดการกับค่าใช้จ่ายนี้ ในขณะที่นักพัฒนาสามารถออกแบบและเขียนสัญญาอัจฉริยะให้มีประสิทธิภาพเพื่อลดภาระ Gas สำหรับผู้ใช้ปลายทาง แม้ว่าค่า Gas บน Ethereum เมนเน็ตจะยังคงสูงสำหรับกิจกรรมบางอย่างในปัจจุบัน แต่อนาคตที่สดใสด้วยการอัปเกรดอย่าง Sharding และการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้งของเลเยอร์ 2 สัญญาว่าจะนำมาซึ่งประสบการณ์ที่เร็วขึ้นและถูกขึ้นอย่างมาก การทำความเข้าใจค่า Gas ไม่ใช่แค่การเรียนวิธีประหยัดเงิน แต่คือการเข้าใจปรัชญาและกลไกการทำงานของเครือข่ายบล็อกเชนที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งเป็นความรู้ที่จำเป็นสำหรับการมีส่วนร่วมในเศรษฐกิจแบบกระจายศูนย์ในยุคต่อไป


