🏠 Siam2Rich 📈 iCafeForex 💻 SiamCafe Blog 🖥️ SiamLancard
Home » ภาษีคริปโต 2568: สิ่งที่นักลงทุนไทยต้องรู้เรื่องภาษี Crypto

ภาษีคริปโต 2568: สิ่งที่นักลงทุนไทยต้องรู้เรื่องภาษี Crypto

by bom
ภาษีคริปโต 2568: สิ่งที่นักลงทุนไทยต้องรู้เรื่องภาษี Crypto

ภาษีคริปโต 2568: สิ่งที่นักลงทุนไทยต้องรู้เรื่องภาษี Crypto

ภาษีคริปโต 2568: สิ่งที่นักลงทุนไทยต้องรู้เรื่องภาษี Crypto

ภาษีคริปโต เป็นเรื่องที่นักลงทุนไทยหลายคนมองข้าม แต่กรมสรรพากรกำหนดชัดเจนว่า กำไรจากการขาย crypto ถือเป็นเงินได้พึงประเมิน ต้องนำมาคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ใครที่เทรด crypto แล้วมีกำไร ต้องยื่นภาษีให้ถูกต้อง

ตั้งแต่ปี 2561 พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัล มีผลบังคับใช้ กำหนดให้กำไรจาก crypto เป็นเงินได้ตามมาตรา 40(4)(ซ) และ 40(4)(ฌ) และมีภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% สำหรับบางกรณี บทความนี้จะอธิบายวิธีคำนวณภาษี crypto ที่นักลงทุนไทยต้องรู้ในปี 2568

ประเภทเงินได้จาก Crypto

ประเภท มาตรา ตัวอย่าง ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
กำไรจากการขาย/แลกเปลี่ยน 40(4)(ฌ) ซื้อ BTC 100,000 ขาย 150,000 กำไร 50,000 15%
ผลตอบแทนจากการถือ 40(4)(ซ) Staking rewards, DeFi yields, Airdrops 15%
รายได้จาก Mining 40(8) ขุด BTC/ETH ได้ coins ไม่มี (ต้องยื่นเอง)

วิธีคำนวณกำไร

กำไร = ราคาขาย – ต้นทุน

ต้นทุน คำนวณได้ 2 วิธี: FIFO (First In, First Out): ขาย crypto ที่ซื้อก่อน ออกก่อน (กรมสรรพากรแนะนำ) Moving Average Cost: ใช้ต้นทุนเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก เลือกวิธีใดวิธีหนึ่งแล้วต้องใช้วิธีเดิมตลอดปีภาษี

ตัวอย่าง FIFO

ซื้อ: ม.ค. ซื้อ 1 BTC ที่ 1,000,000 บาท มี.ค. ซื้อ 1 BTC ที่ 1,200,000 บาท ขาย: มิ.ย. ขาย 1 BTC ที่ 1,500,000 บาท FIFO: ขาย BTC ที่ซื้อเดือน ม.ค. ก่อน กำไร = 1,500,000 – 1,000,000 = 500,000 บาท

อัตราภาษี

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (Progressive Rate)

เงินได้สุทธิ อัตราภาษี
0 – 150,000 ยกเว้น
150,001 – 300,000 5%
300,001 – 500,000 10%
500,001 – 750,000 15%
750,001 – 1,000,000 20%
1,000,001 – 2,000,000 25%
2,000,001 – 5,000,000 30%
5,000,001 ขึ้นไป 35%

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15%

กรณีที่ถูกหัก

Exchange ในไทย (Bitkub, Satang, Zipmex) ไม่ได้หัก ณ ที่จ่าย 15% ทุกรายการ กรมสรรพากรได้ผ่อนผัน ไม่บังคับ exchange หัก 15% ทุกรายการ แต่ผู้ลงทุนยังต้องยื่นภาษีเงินได้ประจำปี รวมกำไรจาก crypto ทั้งหมด ถ้าถูกหัก 15% แล้ว สามารถนำมาเครดิตภาษีได้ (ไม่ต้องจ่ายซ้ำ)

กรณีขาดทุน

นำขาดทุนมาหักกำไรได้

ตั้งแต่ปีภาษี 2567: นักลงทุนสามารถนำผลขาดทุนจาก crypto มาหักกลบกับกำไรจาก crypto ภายในปีภาษีเดียวกันได้ ตัวอย่าง: กำไรจากขาย BTC = 200,000 บาท ขาดทุนจากขาย ETH = -80,000 บาท เงินได้สุทธิ = 200,000 – 80,000 = 120,000 บาท ต้องมีหลักฐานการซื้อขายครบถ้วน

Staking / DeFi Rewards

ถือเป็นเงินได้

Staking rewards, DeFi yields, Airdrops ที่ได้รับ ถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(4)(ซ): คำนวณมูลค่า ณ วันที่ได้รับ (ราคาตลาดวันนั้น) นำมารวมเป็นเงินได้ในปีภาษีที่ได้รับ ต้นทุนของ coins ที่ได้จาก staking = มูลค่า ณ วันที่ได้รับ ถ้าขาย coins เหล่านี้ในภายหลัง กำไร = ราคาขาย – ต้นทุน (มูลค่าวันที่ได้รับ)

เอกสารที่ต้องเก็บ

เอกสาร ทำไม
ประวัติการซื้อขาย (Trade History) คำนวณต้นทุนและกำไร
Statement จาก Exchange หลักฐานรายการซื้อขาย
Wallet Transaction History หลักฐาน DeFi transactions
หลักฐาน Staking Rewards คำนวณเงินได้จาก staking
หลักฐานการโอน Crypto แยกระหว่าง transfer กับ sell

วิธียื่นภาษี

ขั้นตอน

1: รวบรวมประวัติการซื้อขายจากทุก exchanges (Bitkub, Binance, ฯลฯ) 2: คำนวณกำไร/ขาดทุนด้วย FIFO หรือ Moving Average 3: รวมกำไรสุทธิจาก crypto เข้ากับเงินได้อื่น (เงินเดือน, ธุรกิจ) 4: ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91 ผ่าน e-Filing ของกรมสรรพากร 5: กรอกเงินได้จาก crypto ในหมวด 40(4)(ฌ) และ/หรือ 40(4)(ซ) 6: ชำระภาษี (หรือได้คืนถ้าถูกหัก ณ ที่จ่ายเกิน)

ข้อควรระวัง

ประเด็น รายละเอียด
เทรดบน Exchange ต่างประเทศ ต้องยื่นภาษีเหมือนกัน กรมสรรพากรมีข้อมูลจาก CRS
Crypto-to-Crypto swap ถือเป็นการขายและซื้อ ต้องคำนวณกำไร ณ จุดที่ swap
ใช้ Crypto ซื้อสินค้า ถือเป็นการขาย ต้องคำนวณกำไร ณ จุดที่ใช้
โอน Crypto ระหว่าง wallets ตัวเอง ไม่ถือเป็นการขาย ไม่ต้องเสียภาษี (แต่ต้องมีหลักฐาน)

ทิ้งท้าย: ยื่นภาษี Crypto ให้ถูกต้อง

ภาษีคริปโต ไม่ยากอย่างที่คิด เก็บประวัติการซื้อขายตั้งแต่วันแรก ใช้ FIFO คำนวณต้นทุน รวมกำไรสุทธิแล้วยื่น ภ.ง.ด.90/91 อย่าเลี่ยงภาษี กรมสรรพากรมีข้อมูลจาก exchanges มากขึ้นเรื่อยๆ ปรึกษานักบัญชีถ้าไม่แน่ใจ

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Bitcoin Halving และ DeFi Lending ที่ siam2r.com หรือจาก icafeforex.com และ siamlancard.com

iCafeForexXMSignalSiamCafeSiamLanCardSiam2RiCafeCloud

FAQ

ภาษีคริปโต 2568: สิ่งที่นักลงทุนไทยต้องรู้เรื่องภาษี Crypto คืออะไร?

ภาษีคริปโต 2568: สิ่งที่นักลงทุนไทยต้องรู้เรื่องภาษี Crypto เป็นหัวข้อสำคัญในวงการเทคโนโลยีที่ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้าน IT, Network หรือ Server Management

ทำไมต้องเรียนรู้เรื่อง ภาษีคริปโต 2568: สิ่งที่นักลงทุนไทยต้องรู้เรื่องภาษี Crypto?

เพราะ ภาษีคริปโต 2568: สิ่งที่นักลงทุนไทยต้องรู้เรื่องภาษี Crypto เป็นทักษะที่ตลาดต้องการสูง และช่วยให้คุณแก้ปัญหาในงานจริงได้อย่างมืออาชีพ การเรียนรู้ตั้งแต่วันนี้จะเป็นประโยชน์ในระยะยาว

ภาษีคริปโต 2568: สิ่งที่นักลงทุนไทยต้องรู้เรื่องภาษี Crypto เหมาะกับผู้เริ่มต้นไหม?

ได้แน่นอนครับ บทความนี้เขียนให้เข้าใจง่าย เหมาะทั้งผู้เริ่มต้นและผู้มีประสบการณ์ มี step-by-step guide พร้อมตัวอย่างให้ทำตามได้ทันที

ภาษีคริปโต 2568: สิ่งที่นักลงทุนไทยต้องรู้เรื่องภาษี Crypto ทำไมถึงสำคัญสำหรับเทรดเดอร์?

ภาษีคริปโต 2568: สิ่งที่นักลงทุนไทยต้องรู้เรื่องภาษี Crypto เป็นหัวข้อที่เทรดเดอร์ทุกระดับควรศึกษาอย่างจริงจัง ไม่ว่าคุณจะเทรด Forex, ทองคำ XAU/USD หรือ Crypto การเข้าใจ ภาษีคริปโต 2568: สิ่งที่นักลงทุนไทยต้องรู้เรื่องภาษี Crypto จะช่วยให้ตัดสินใจเทรดได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสทำกำไรอย่างยั่งยืน จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เทรดเดอร์ที่เข้าใจหัวข้อนี้ดีมักจะมี consistency สูงกว่าคนที่เทรดตามสัญชาตญาณ

วิธีนำ ภาษีคริปโต 2568: สิ่งที่นักลงทุนไทยต้องรู้เรื่องภาษี Crypto ไปใช้จริง

การเรียนรู้ทฤษฎีอย่างเดียวไม่พอ ต้องฝึกปฏิบัติจริงด้วย แนะนำให้ทำตามขั้นตอน:

  1. ศึกษาทฤษฎีให้เข้าใจ — อ่านบทความนี้ให้ครบ ทำความเข้าใจหลักการพื้นฐาน
  2. ฝึกบน Demo Account — เปิดบัญชี demo แล้วลองใช้ ภาษีคริปโต 2568: สิ่งที่นักลงทุนไทยต้องรู้เรื่องภาษี Crypto กับกราฟจริง ไม่เสี่ยงเงินจริง
  3. จด Trading Journal — บันทึกทุก trade ที่ใช้เทคนิคนี้ วิเคราะห์ว่าได้ผลเมื่อไหร่ ไม่ได้ผลเมื่อไหร่
  4. ปรับแต่งให้เข้ากับสไตล์ — ทุกเทคนิคต้องปรับให้เข้ากับ timeframe และ risk tolerance ของคุณ
  5. เริ่ม live ด้วยเงินน้อย — เมื่อมั่นใจแล้ว เริ่มเทรดจริงด้วย lot size เล็กๆ (0.01-0.05)

เปรียบเทียบ ภาษีคริปโต 2568: สิ่งที่นักลงทุนไทยต้องรู้เรื่องภาษี Crypto กับเทคนิคอื่น

เทคนิค ความยาก ความแม่นยำ เหมาะกับ
ภาษีคริปโต 2568: สิ่งที่นักลงทุนไทยต้องรู้เรื่องภาษี Crypto ปานกลาง สูง (60-70%) เทรดเดอร์ทุกระดับ
Price Action สูง สูง (65-75%) เทรดเดอร์มีประสบการณ์
Smart Money Concepts สูงมาก สูงมาก (70%+) Advanced trader
Indicator ง่ายๆ ต่ำ ปานกลาง (50-55%) มือใหม่

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อใช้ ภาษีคริปโต 2568: สิ่งที่นักลงทุนไทยต้องรู้เรื่องภาษี Crypto

  • ไม่รอ confirmation — เห็น signal แล้วเข้าทันทีโดยไม่รอ price action ยืนยัน ทำให้โดน false signal บ่อย
  • ใช้ timeframe เล็กเกินไป — M1, M5 noise เยอะ signal ไม่น่าเชื่อถือ แนะนำ H1 ขึ้นไป
  • ไม่ดู big picture — ต้องดู higher timeframe (D1/H4) ก่อน แล้วค่อยลง lower TF หา entry
  • Over-trading — เห็น signal ทุก candle ไม่ได้แปลว่าต้องเทรดทุกตัว เลือกเฉพาะที่ confluent
  • ไม่ใส่ SL — ไม่ว่าจะมั่นใจแค่ไหน ต้องมี Stop Loss เสมอ

FAQ — ภาษีคริปโต 2568: สิ่งที่นักลงทุนไทยต้องรู้เรื่องภาษี Crypto

ภาษีคริปโต 2568: สิ่งที่นักลงทุนไทยต้องรู้เรื่องภาษี Crypto คืออะไร?

ภาษีคริปโต 2568: สิ่งที่นักลงทุนไทยต้องรู้เรื่องภาษี Crypto เป็นเทคนิค/แนวคิดสำหรับการเทรดที่ช่วยให้วิเคราะห์ตลาดได้แม่นยำขึ้น สามารถนำไปใช้กับ Forex, ทองคำ XAU/USD, Crypto และ CFD ต่างๆ ได้

ภาษีคริปโต 2568: สิ่งที่นักลงทุนไทยต้องรู้เรื่องภาษี Crypto เหมาะกับมือใหม่ไหม?

เหมาะครับ แนะนำให้เริ่มฝึกบน Demo Account ก่อน แล้วค่อยเริ่มเทรดจริงเมื่อมั่นใจ บทความนี้อธิบายตั้งแต่พื้นฐาน

Timeframe ไหนเหมาะกับ ภาษีคริปโต 2568: สิ่งที่นักลงทุนไทยต้องรู้เรื่องภาษี Crypto?

H1 และ H4 ดีที่สุดสำหรับ ภาษีคริปโต 2568: สิ่งที่นักลงทุนไทยต้องรู้เรื่องภาษี Crypto ใน trading ทั่วไป D1 สำหรับ swing trading M15 สำหรับ scalping

อ่านเพิ่มเติม: iCafeForex.com | SiamLanCard.com

You may also like

Partner Sites: iCafe Forex | SiamCafe | SiamLancard | XM Signal | iCafe Cloud
iCafeForex Network: XM Signal | iCafeForex | SiamCafe | SiamLanCard
iCafeFX · XM Signal · SiamCafe · SiamLancard · iCafeCloud
Siam2R|iCafeForex|SiamCafe Blog|XM Signal|SiamLanCard
© 2026 Siam2R.com | อ.บอม กิตติทัศน์ เจริญพนาสิทธิ์
iCafeForex Network: XM Signal | iCafeForex | SiamCafe | SiamLanCard