🏠 Siam2Rich 📈 iCafeForex 💻 SiamCafe Blog 🖥️ SiamLancard
Home » E-commerce คืออะไร? สอนเปิดร้านออนไลน์ Shopee Lazada TikTok Shop สร้างรายได้ 2026

E-commerce คืออะไร? สอนเปิดร้านออนไลน์ Shopee Lazada TikTok Shop สร้างรายได้ 2026

by bom

ในยุคที่คนไทยใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 60 ล้านคน และตลาด E-commerce ของไทยเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี การเปิดร้านค้าออนไลน์กลายเป็นโอกาสทองสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา มนุษย์เงินเดือนที่อยากมีรายได้เสริม หรือคนที่อยากเป็นเจ้าของธุรกิจเต็มตัว บทความนี้จะสอนทุกอย่างตั้งแต่พื้นฐาน E-commerce ไปจนถึงการเปิดร้านบน Shopee, Lazada, TikTok Shop รวมถึงเทคนิคการตลาด การจัดส่ง และการขยายธุรกิจในปี 2026

E-commerce คืออะไร?

E-commerce (Electronic Commerce) หรือ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือการซื้อขายสินค้าหรือบริการผ่านช่องทางออนไลน์ ตั้งแต่สั่งซื้อ ชำระเงิน ไปจนถึงจัดส่ง โดยไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านจริง ในปี 2026 ตลาด E-commerce ของไทยมีมูลค่าสูงกว่า 800,000 ล้านบาท และยังเติบโตต่อเนื่อง

รูปแบบ E-commerce ที่สำคัญ

  • B2C (Business to Consumer): ธุรกิจขายตรงให้ผู้บริโภค เช่น ร้านค้าบน Shopee, Lazada, เว็บไซต์แบรนด์
  • B2B (Business to Business): ธุรกิจขายให้ธุรกิจ เช่น ค้าส่ง วัตถุดิบ อุปกรณ์ ผ่าน Alibaba, Made-in-Thailand
  • C2C (Consumer to Consumer): ผู้บริโภคขายให้ผู้บริโภค เช่น ขายของมือสอง บน Kaidee, Facebook Marketplace
  • D2C (Direct to Consumer): แบรนด์ขายตรงให้ลูกค้าโดยไม่ผ่านตัวกลาง สร้างเว็บ/แอปเอง ควบคุมประสบการณ์ลูกค้าได้ทั้งหมด

เปรียบเทียบ Platform E-commerce ในไทย

การเลือก Platform ที่เหมาะสมเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ แต่ละ Platform มีจุดเด่นและข้อจำกัดต่างกัน:

Platform จุดเด่น ค่าธรรมเนียม เหมาะกับ
Shopee ผู้ใช้มากที่สุดในไทย, Flash Sale, Free Shipping, Shopee Live ค่าคอมมิชชัน 2-6.5% + ค่าธุรกรรม 2% สินค้าทั่วไป ราคาถูก-กลาง
Lazada ระบบ LazMall สำหรับแบรนด์, Lazada Sponsored Solutions ค่าคอมมิชชัน 2-6% + ค่าธุรกรรม 2% แบรนด์, สินค้าคุณภาพ
TikTok Shop Social Commerce, ขายผ่านวิดีโอสั้น/Live, Affiliate Marketing ค่าคอมมิชชัน 2-5% สินค้าไวรัล, ความงาม, แฟชัน
LINE Shopping เชื่อมกับ LINE OA, MyShop, จ่ายผ่าน Rabbit LINE Pay ค่าคอมมิชชัน 0-3% ร้านเล็ก, ขายผ่าน LINE
เว็บตัวเอง ควบคุมได้ 100%, ไม่ต้องแข่งราคา, สร้างแบรนด์ได้เต็มที่ ค่าโฮสต์ + ค่าระบบ (ต่อเดือน) แบรนด์ D2C, สินค้าพรีเมียม

คำแนะนำ: สำหรับมือใหม่ แนะนำเริ่มจาก Shopee หรือ TikTok Shop เพราะมีฐานลูกค้าพร้อม เมื่อมีประสบการณ์แล้วค่อยขยายไปหลายช่องทาง (Multi-channel)

ขั้นตอนเปิดร้านค้าออนไลน์ — Step by Step

Step 1: เลือกสินค้าที่จะขาย

การเลือกสินค้าที่ถูกต้องเป็นหัวใจของความสำเร็จ พิจารณาจาก:

  • Demand: มีคนค้นหาและต้องการสินค้านี้มากแค่ไหน? ใช้ Google Trends, Shopee Search Insights
  • Competition: มีคู่แข่งมากไหม? ราคาที่ขายกันอยู่เท่าไหร่?
  • Margin: ต้นทุน + ค่าส่ง + ค่าคอมมิชชัน หักแล้วเหลือกำไรเท่าไหร่? ควรมี Margin อย่างน้อย 30-50%
  • ความถนัด/ความสนใจ: ขายของที่คุณรู้จักดี จะตอบคำถามลูกค้าได้ และมีแรงจูงใจระยะยาว
  • Trend: ดูเทรนด์ปี 2026 เช่น สินค้า Health & Wellness, Eco-Friendly, Smart Home, สัตว์เลี้ยง

Step 2: สมัครเป็นผู้ขาย

แต่ละ Platform มีขั้นตอนการสมัครคล้ายกัน:

  1. สร้างบัญชีผู้ขาย (Seller Center)
  2. กรอกข้อมูลร้าน: ชื่อร้าน, โลโก้, คำอธิบาย
  3. ยืนยันตัวตน: บัตรประชาชน, สมุดบัญชีธนาคาร
  4. ตั้งค่าช่องทางรับเงิน
  5. ตั้งค่าที่อยู่คลังสินค้าสำหรับจัดส่ง

Step 3: เตรียมสินค้าและถ่ายรูป

รูปสินค้าคือสิ่งที่ลูกค้าเห็นเป็นอย่างแรก เทคนิคถ่ายรูปสินค้าให้ขายดี:

  • ใช้ฉากหลังสีขาว หรือพื้นหลังที่เรียบง่าย
  • ถ่ายหลายมุม: ด้านหน้า ด้านข้าง ด้านหลัง Detail
  • แสดงขนาดจริง (เทียบกับวัตถุที่คุ้นเคย)
  • ถ่ายรูป Lifestyle (ใช้งานจริง)
  • แสง: ใช้แสงธรรมชาติ หรือ Softbox ราคาเริ่มต้น 500-1,000 บาท
  • แก้ไขรูป: ใช้ Canva, Photoshop หรือแอปฟรี เช่น Snapseed

Step 4: เขียน Listing ที่ขายได้

Listing ที่ดีต้องมี:

  • ชื่อสินค้า (Title): ใส่คีย์เวิร์ดที่ลูกค้าค้นหา เช่น “เสื้อยืด Oversized ผ้าคอตตอน สีดำ ฟรีไซส์”
  • คำอธิบาย (Description): รายละเอียดสินค้า วัสดุ ขนาด วิธีใช้ วิธีดูแลรักษา
  • Bullet Points: จุดเด่นสำคัญ 5-7 ข้อ
  • ราคาที่แข่งขันได้: สำรวจราคาคู่แข่งก่อนตั้งราคา
  • หมวดหมู่ที่ถูกต้อง: เลือกหมวดหมู่ให้ตรงกับสินค้า
  • Attribute / Variation: สี ขนาด รุ่น ให้ครบถ้วน

Step 5: ตั้งราคาที่เหมาะสม

สูตรคำนวณราคาขาย:

ราคาขาย = (ต้นทุนสินค้า + ค่าส่ง + ค่าแพ็ค + ค่าคอมมิชชัน) ÷ (1 - % กำไรที่ต้องการ)

ตัวอย่าง: ต้นทุน 100 บาท + ค่าส่ง 30 บาท + ค่าแพ็ค 10 บาท + คอมมิชชัน 5% ต้องการกำไร 40%

ราคาขาย = (100 + 30 + 10) ÷ (1 – 0.40 – 0.05) = 140 ÷ 0.55 = ~255 บาท

Dropshipping vs สต็อกเอง vs Print-on-Demand

มี 3 โมเดลธุรกิจหลักที่เลือกได้:

Dropshipping

  • ไม่ต้องสต็อกสินค้า ลูกค้าสั่ง → ส่งคำสั่งให้ Supplier → Supplier ส่งให้ลูกค้า
  • ข้อดี: เงินลงทุนน้อย ไม่ต้องเก็บสต็อก ความเสี่ยงต่ำ
  • ข้อเสีย: กำไรต่ำ ควบคุมคุณภาพยาก จัดส่งช้า (ถ้าสั่งจากจีน)
  • เหมาะกับ: มือใหม่ที่อยากทดลองตลาดก่อนลงทุนสต็อก

สต็อกเอง (Inventory-based)

  • ซื้อสินค้ามาเก็บ แพ็คส่งเอง
  • ข้อดี: ควบคุมคุณภาพได้ จัดส่งเร็ว กำไรดีกว่า
  • ข้อเสีย: ต้องลงทุนซื้อสินค้าก่อน เสี่ยงสินค้าค้างสต็อก
  • เหมาะกับ: คนที่ทดลองตลาดแล้ว มั่นใจว่าสินค้าขายได้

Print-on-Demand

  • ออกแบบลวดลาย → ลูกค้าสั่ง → ผู้ผลิตพิมพ์และส่ง
  • ข้อดี: ไม่ต้องสต็อก สร้างสรรค์ดีไซน์เองได้ สินค้าไม่ซ้ำ
  • ข้อเสีย: ต้นทุนต่อชิ้นสูง ตัวเลือกสินค้าจำกัด
  • สินค้ายอดนิยม: เสื้อยืด แก้ว กระเป๋า หมอน เคสมือถือ

เปรียบเทียบโมเดลธุรกิจ

เกณฑ์ Dropshipping สต็อกเอง Print-on-Demand
เงินลงทุนเริ่มต้น ต่ำ (0-5,000) สูง (10,000+) ต่ำ (0-3,000)
กำไรต่อชิ้น ต่ำ (10-30%) สูง (30-70%) ปานกลาง (20-40%)
ควบคุมคุณภาพ ยาก ง่าย ปานกลาง
ความเร็วจัดส่ง ช้า (3-14 วัน) เร็ว (1-3 วัน) ปานกลาง (3-7 วัน)
ความเสี่ยงสต็อก ไม่มี สูง ไม่มี

Marketing — กลยุทธ์การตลาดสำหรับร้านออนไลน์

เปิดร้านแล้วไม่มีคนเห็น = ไม่มียอดขาย ต่อไปนี้คือกลยุทธ์การตลาดที่ได้ผลในปี 2026:

SEO สำหรับ E-commerce

  • ใส่คีย์เวิร์ดใน ชื่อสินค้า คำอธิบาย และ Tag
  • วิจัยคีย์เวิร์ดด้วย Google Keyword Planner, Ubersuggest
  • ถ้ามีเว็บตัวเอง: ทำ On-Page SEO, เขียนบล็อก, สร้าง Backlink
  • อ่านเพิ่มเติม: คู่มือ Digital Marketing 2026

Facebook / Instagram Ads

  • งบเริ่มต้น 100-300 บาท/วัน สำหรับทดสอบ
  • เลือก Audience ตาม อายุ เพศ ความสนใจ พื้นที่
  • ใช้รูปและวิดีโอที่ดึงดูด หยุด Scroll ได้
  • Retargeting: ยิงโฆษณาซ้ำไปที่คนที่เคยเข้าชม
  • A/B Testing: ทดสอบหลายครีเอทีฟ แล้วเลือกตัวที่ดีที่สุด

TikTok Ads / TikTok Shop Affiliate

  • สร้างวิดีโอสั้นแนะนำสินค้า ใช้เทรนด์เสียง
  • ใช้ TikTok Shop Affiliate: ให้ Creator ช่วยขาย จ่ายค่าคอมมิชชันเมื่อมียอดขาย
  • ทำ Live ขายของ: ได้ยอดขายสูง Engagement ดี
  • งบโฆษณา TikTok เริ่มต้น 200 บาท/วัน

Influencer Marketing

  • ส่งสินค้าให้ KOL / Micro-Influencer รีวิว
  • Micro-Influencer (1,000-10,000 Followers) มักมี Engagement Rate สูงกว่า
  • เจรจาแบบ Barter (แลกสินค้า) หรือจ่ายค่าโพสต์

Live Selling

  • ไลฟ์สดขายของบน Facebook, TikTok, Shopee Live
  • เทคนิค: ตอบคำถามสด ทำ Flash Deal มีของรางวัล
  • เวลาที่ดีที่สุด: 20:00-22:00 (ชั่วโมง Prime Time)
  • เตรียมสินค้า แพ็คเกจ และสคริปต์ล่วงหน้า

Logistics & Shipping — เปรียบเทียบขนส่งในไทย

การจัดส่งที่เร็วและถูกเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขัน ต่อไปนี้คือขนส่งยอดนิยมในไทยปี 2026:

ขนส่ง ราคาเริ่มต้น ระยะเวลาส่ง จุดเด่น จุดด้อย
Kerry Express ~35-50 บาท 1-3 วัน เร็ว เชื่อถือได้ จุดรับ-ส่งมาก ราคาสูงกว่าค่าเฉลี่ย
Flash Express ~25-40 บาท 1-3 วัน ราคาถูก เชื่อมกับ Shopee ดี ช่วงเทศกาลอาจช้า
J&T Express ~25-40 บาท 1-3 วัน ราคาถูก จุดรับ-ส่งมาก เชื่อมหลาย Platform บริการไม่สม่ำเสมอบางพื้นที่
ไปรษณีย์ไทย (EMS) ~32-60 บาท 1-3 วัน ส่งทั่วประเทศ ส่งต่างประเทศได้ ต้องไปที่ทำการ
Ninja Van ~30-45 บาท 1-3 วัน มี Cash on Delivery ดี จุดรับน้อยกว่า
Best Express ~22-35 บาท 2-4 วัน ราคาถูกที่สุด เหมาะสินค้าราคาถูก ช้ากว่าค่าเฉลี่ย

เคล็ดลับ: สมัคร Corporate Account กับขนส่ง จะได้ราคาพิเศษ ยิ่งส่งมากยิ่งถูก

ระบบชำระเงิน (Payment)

ร้านค้าออนไลน์ต้องรองรับช่องทางชำระเงินที่หลากหลาย:

ช่องทางชำระเงินที่ลูกค้าไทยนิยม

  • PromptPay / QR Code: สะดวก ไม่มีค่าธรรมเนียม เป็นที่นิยมสุดในไทย
  • บัตรเครดิต/เดบิต: จำเป็นสำหรับลูกค้าที่ต้องการผ่อนชำระ ค่าธรรมเนียม 2-3%
  • เก็บเงินปลายทาง (COD): เพิ่มยอดขายได้ แต่มีอัตราเปิดพัสดุไม่รับสูง (5-15%)
  • ผ่อนชำระ (Installment): เชื่อมกับ PayLater, Atome, Shopee PayLater เพิ่มยอดขายสินค้าราคาสูง
  • Mobile Banking: โอนผ่านแอปธนาคาร ใช้ Slip Verification ตรวจสอบ
  • E-Wallet: TrueMoney, Rabbit LINE Pay, ShopeePay

Payment Gateway สำหรับเว็บตัวเอง

  • Omise: รองรับบัตรเครดิต, PromptPay, TrueMoney ค่าธรรมเนียม 3.65%
  • 2C2P: รองรับหลายช่องทาง มี Installment Payment
  • Stripe: เหมาะกับร้านที่ขายต่างประเทศ ค่าธรรมเนียม 3.6% + 10 บาท
  • PayPal: สำหรับลูกค้าต่างชาติ ค่าธรรมเนียม 3.9% + 15 บาท

สร้างเว็บ E-commerce ของตัวเอง

ถ้าต้องการความเป็นเจ้าของ 100% และไม่ต้องจ่ายค่าคอมมิชชัน ลองสร้างเว็บ E-commerce ดู:

Shopify

  • ใช้งานง่ายที่สุด ไม่ต้องเขียนโค้ด
  • มี Theme สวยๆ ให้เลือก
  • ค่าบริการ $29-299/เดือน
  • รองรับ Payment Gateway หลากหลาย
  • เหมาะกับ: คนที่อยากเริ่มเร็ว ไม่อยากปวดหัวเรื่องเทคนิค

WooCommerce (WordPress)

  • ปลั๊กอินฟรีสำหรับ WordPress
  • ยืดหยุ่นสูง ปรับแต่งได้ทุกอย่าง
  • ค่าใช้จ่าย: โฮสต์ ~100-500 บาท/เดือน + Domain ~300-500 บาท/ปี
  • ต้องมีความรู้เทคนิคพอสมควร
  • เหมาะกับ: คนที่มีความรู้เว็บ อยากควบคุมทุกอย่าง

LnwShop

  • Platform สร้างร้านค้าออนไลน์ของคนไทย
  • มีแพ็กเกจฟรี (มีข้อจำกัดจำนวนสินค้า)
  • รองรับ PromptPay, บัตรเครดิต
  • มีระบบ POS เชื่อมกับหน้าร้านจริง
  • เหมาะกับ: ร้านค้าไทยที่อยากมีเว็บเป็นของตัวเองโดยง่าย

ภาษี E-commerce — สิ่งที่ต้องรู้

ขายของออนไลน์ก็ต้องเสียภาษี! ต่อไปนี้คือภาษีที่เกี่ยวข้อง:

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

  • รายได้จากการขายของออนไลน์ถือเป็น เงินได้พึงประเมินมาตรา 40(8)
  • หักค่าใช้จ่ายได้ 60% (อัตราเหมา) หรือหักตามจริง (ต้องมีหลักฐาน)
  • ยื่นภาษีปีละ 1 ครั้ง ภายในเดือนมีนาคม
  • ถ้ารายได้เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี ควรจดทะเบียนพาณิชย์

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

  • ถ้ารายได้เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • เก็บ VAT 7% จากลูกค้า ออกใบกำกับภาษี
  • ยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน
  • สามารถขอคืน VAT จากสินค้าที่ซื้อมาได้ (Input Tax)

จดทะเบียนพาณิชย์

  • ผู้ที่ขายสินค้าออนไลน์ที่มีรายได้เกินเกณฑ์ ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (ทะเบียนร้านค้าออนไลน์)
  • จดได้ที่ สำนักงานเขต (กรุงเทพฯ) หรือ เทศบาล/อบต. (ต่างจังหวัด)
  • ค่าธรรมเนียม 50 บาท

Scaling — ขยายธุรกิจ E-commerce

เมื่อร้านเริ่มมียอดขายแล้ว ก้าวต่อไปคือ Scaling เพื่อเติบโต:

Automation (ระบบอัตโนมัติ)

  • Chatbot: ตอบแชทอัตโนมัติ ลดภาระงาน เช่น ManyChat, Zaapi
  • Auto-reply: ตั้งข้อความตอบกลับอัตโนมัติใน Shopee, Lazada
  • Order Management: ระบบจัดการคำสั่งซื้อรวม เช่น Fillgoods, SellSuki, PageSender
  • Social Listening: ติดตามว่าลูกค้าพูดถึงแบรนด์อย่างไร

Warehouse & Fulfillment

  • เมื่อยอดขายมาก แพ็คเองไม่ทัน ใช้บริการ Fulfillment
  • Shopee Fulfillment: ส่งสินค้าไปฝากที่คลัง Shopee พวกเขาแพ็คส่งให้
  • Lazada FBL (Fulfillment by Lazada): คล้าย Amazon FBA
  • 3PL (Third Party Logistics): เช่น Shippop, PackLINK, GoWabi Fulfillment

Multi-channel Selling

  • ขายหลายช่องทางพร้อมกัน: Shopee + Lazada + TikTok Shop + เว็บตัวเอง
  • ใช้ระบบ Multi-channel Management เช่น Fillgoods, SellSuki, PageSender
  • ซิงค์สต็อกให้ตรงกัน ป้องกันขายเกินสต็อก

สร้างแบรนด์ (Branding)

  • ออกแบบโลโก้ แพ็คเกจ ให้จดจำ
  • สร้าง Brand Story เล่าเรื่องราวของแบรนด์
  • มี Social Media Presence ที่สม่ำเสมอ
  • Customer Service ที่ดีเยี่ยม สร้างลูกค้าประจำ

ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักทำ

  1. ไม่ทำ Market Research: ขายของที่ตัวเองชอบ แต่ไม่มีคนต้องการ ต้องศึกษาตลาดก่อน
  2. ตั้งราคาต่ำเกินไป: แข่งราคาจนไม่เหลือกำไร ลืมคิดค่าเวลาตัวเอง
  3. รูปสินค้าไม่ดี: ถ่ายรูปมั่วๆ ลูกค้าไม่อยากซื้อ ลงทุนถ่ายรูปให้ดีคุ้มค่าที่สุด
  4. ไม่ตอบแชท: ลูกค้ารอนาน เปลี่ยนใจซื้อร้านอื่น ตอบให้เร็วภายใน 5 นาที
  5. ไม่ทำโปรโมชัน: รอลูกค้ามาเอง ต้อง Active ทำการตลาด
  6. ไม่คิดเรื่องภาษี: ขายดีแต่ไม่เก็บหลักฐาน เจอปัญหาตอนสิ้นปี
  7. สต็อกเยอะเกินไป: ซื้อมากองไว้ ขายไม่หมด เงินจม
  8. ขายแพลตฟอร์มเดียว: ควรกระจายไปหลายช่องทาง ลดความเสี่ยง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ขายของออนไลน์ต้องจดทะเบียนไหม?

ถ้ารายได้ยังน้อย (ขายเป็นงานเสริม ไม่กี่พันบาท/เดือน) ยังไม่จำเป็น แต่ถ้ารายได้เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี ต้องจดทะเบียนพาณิชย์และ VAT ตามกฎหมาย

เริ่มต้นใช้เงินเท่าไหร่?

ถ้าเริ่มแบบ Dropshipping: แทบไม่ต้องลงทุน (0-2,000 บาท) ถ้าสต็อกเอง: ขึ้นอยู่กับสินค้า เริ่มต้น 5,000-30,000 บาท อย่าลงทุนมากเกินไปตอนเริ่มต้น ทดลองตลาดก่อน

Shopee กับ Lazada เลือกอันไหนดี?

เริ่มจากทั้งสองเลย! ใช้เวลาเพิ่มอีกไม่มากในการลง Listing สองที่ Shopee มีคนใช้มากกว่า แต่ Lazada มี LazMall ที่ดีสำหรับสร้างแบรนด์

TikTok Shop ดีจริงไหม?

ดีมาก โดยเฉพาะสินค้าที่ถ่ายวิดีโอได้สวย มียอดขายผ่าน Live สูง คนรุ่นใหม่ชอบซื้อผ่าน TikTok

อยากเป็น Freelance ควรเริ่มอย่างไร?

อ่านเพิ่มเติม: คู่มือ Freelance & Remote Work 2026

อยากเริ่มธุรกิจ Startup ต้องทำอย่างไร?

อ่านเพิ่มเติม: คู่มือ Startup & Business Guide 2026

ทำ E-commerce เป็น Passive Income ได้ไหม?

ได้ในระดับหนึ่ง เมื่อระบบ Automation ทำงานดี สินค้ามี Demand สม่ำเสมอ แต่ยังต้องดูแลเรื่อง Customer Service และอัปเดตสินค้า อ่านเพิ่มเติม: คู่มือ Passive Income 2026

บทความที่เกี่ยวข้อง

.

.
.
.

You may also like

Partner Sites: iCafe Forex | SiamCafe | SiamLancard | XM Signal | iCafe Cloud
iCafeForex Network: XM Signal | iCafeForex | SiamCafe | SiamLanCard
iCafeFX · XM Signal · SiamCafe · SiamLancard · iCafeCloud
Siam2R|iCafeForex|SiamCafe Blog|XM Signal|SiamLanCard
© 2026 Siam2R.com | อ.บอม กิตติทัศน์ เจริญพนาสิทธิ์
iCafeForex Network: XM Signal | iCafeForex | SiamCafe | SiamLanCard