ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคืออะไร?
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (Personal Income Tax – PIT) คือภาษีที่รัฐบาลเก็บจากรายได้ของบุคคลธรรมดาในแต่ละปี ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าที่ปรึกษา ดอกเบี้ย เงินปันผล กำไรจากการค้าขาย หรือรายได้อื่นๆ ทุกคนที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษี แม้ว่าคำนวณแล้วจะไม่ต้องเสียภาษีก็ตาม
ใครต้องยื่นภาษี?
| สถานะ | เกณฑ์รายได้ที่ต้องยื่น |
|---|---|
| โสด — เงินได้ประเภทเงินเดือน (40(1)) | รายได้เกิน 120,000 บาท/ปี |
| โสด — เงินได้ประเภทอื่น | รายได้เกิน 60,000 บาท/ปี |
| สมรส — เงินได้ประเภทเงินเดือน (40(1)) | รายได้รวมเกิน 220,000 บาท/ปี |
| สมรส — เงินได้ประเภทอื่น | รายได้รวมเกิน 120,000 บาท/ปี |
อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (Progressive Tax)
ไทยใช้ อัตราภาษีแบบขั้นบันได (Progressive Tax) ยิ่งรายได้สุทธิสูง ยิ่งเสียภาษีอัตราสูงขึ้น:
| เงินได้สุทธิ (บาท/ปี) | อัตราภาษี | ภาษีสะสมสูงสุด |
|---|---|---|
| 0 – 150,000 | ยกเว้น (0%) | 0 บาท |
| 150,001 – 300,000 | 5% | 7,500 บาท |
| 300,001 – 500,000 | 10% | 27,500 บาท |
| 500,001 – 750,000 | 15% | 65,000 บาท |
| 750,001 – 1,000,000 | 20% | 115,000 บาท |
| 1,000,001 – 2,000,000 | 25% | 365,000 บาท |
| 2,000,001 – 5,000,000 | 30% | 1,265,000 บาท |
| 5,000,001 ขึ้นไป | 35% | ตามจริง |
สำคัญ: ภาษีคำนวณจาก “เงินได้สุทธิ” ไม่ใช่เงินเดือนรวม หมายความว่าต้องหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนออกก่อน
ประเภทเงินได้ตามมาตรา 40
| ประเภท | ชื่อ | ตัวอย่าง | หักค่าใช้จ่าย |
|---|---|---|---|
| 40(1) | เงินเดือน ค่าจ้าง | เงินเดือน โบนัส ค่าครองชีพ | 50% ไม่เกิน 100,000 บาท |
| 40(2) | ค่าจ้างทำของ ค่านายหน้า | ค่าที่ปรึกษา Freelance ค่าคอมมิชชัน | 50% ไม่เกิน 100,000 บาท |
| 40(3) | ค่าลิขสิทธิ์ Goodwill | ค่าเขียนหนังสือ ค่าลิขสิทธิ์เพลง | 50% ไม่เกิน 100,000 บาท |
| 40(4) | ดอกเบี้ย เงินปันผล | ดอกเบี้ยเงินฝาก เงินปันผล | หักไม่ได้ (ส่วนใหญ่เลือก Final tax 15%) |
| 40(5) | ค่าเช่าทรัพย์สิน | ค่าเช่าบ้าน ค่าเช่าที่ดิน | ตามจริงหรือเหมา 10-30% |
| 40(6) | วิชาชีพอิสระ | แพทย์ ทนายความ วิศวกร สถาปนิก นักบัญชี | 60% (แพทย์) หรือ 30% (อื่นๆ) |
| 40(7) | รับเหมาก่อสร้าง | รับเหมาก่อสร้าง ผู้รับเหมา | ตามจริงหรือเหมา 60% |
| 40(8) | เงินได้อื่น | ขายของออนไลน์ YouTube Freelance | ตามจริงหรือเหมา 40-60% |
ค่าลดหย่อนภาษี 2026 — รวมทุกรายการ
ค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว
| รายการ | จำนวนเงิน | เงื่อนไข |
|---|---|---|
| ค่าลดหย่อนส่วนบุคคล | 60,000 บาท | ทุกคนได้อัตโนมัติ |
| คู่สมรส (ไม่มีรายได้) | 60,000 บาท | คู่สมรสจดทะเบียนและไม่มีเงินได้ |
| บุตร (คนที่ 1) | 30,000 บาท | อายุไม่เกิน 20 ปี (หรือศึกษาอยู่ไม่เกิน 25 ปี) |
| บุตร (คนที่ 2 เป็นต้นไป เกิดปี 2561+) | 60,000 บาท | บุตรที่เกิดตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป |
| อุปการะบิดา/มารดา | 30,000 บาท/คน (สูงสุด 4 คน) | อายุ 60+, รายได้ไม่เกิน 30,000/ปี |
| ผู้พิการ/ทุพพลภาพ | 60,000 บาท | เป็นผู้ดูแลผู้พิการที่ขึ้นทะเบียน |
ค่าลดหย่อนประกัน
| รายการ | จำนวนเงิน | เงื่อนไข |
|---|---|---|
| ประกันชีวิตทั่วไป | สูงสุด 100,000 บาท | สัญญา 10 ปีขึ้นไป |
| ประกันสุขภาพ (ตนเอง) | สูงสุด 25,000 บาท | รวมกับประกันชีวิต ไม่เกิน 100,000 |
| ประกันสุขภาพ (บิดา/มารดา) | สูงสุด 15,000 บาท | บิดา/มารดา อายุ 60+ |
| ประกันชีวิตแบบบำนาญ | สูงสุด 200,000 บาท | 15% ของรายได้, รวมกับ SSF/RMF ไม่เกิน 500,000 |
| ประกันสังคม | ตามจริง (สูงสุด 9,000 บาท) | ลูกจ้างสมทบ 5% ของเงินเดือน ไม่เกิน 15,000 บาท |
ค่าลดหย่อนการลงทุน
| รายการ | จำนวนเงิน | เงื่อนไข |
|---|---|---|
| กองทุน SSF | 30% ของรายได้ ไม่เกิน 200,000 บาท | ถือ 10 ปีขึ้นไป |
| กองทุน RMF | 30% ของรายได้ ไม่เกิน 500,000 บาท | ถือจนอายุ 55 ปี, ลงทุนไม่น้อยกว่า 5 ปี |
| กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) | ตามจริง ไม่เกิน 10,000 บาท (ส่วนที่เกินฐาน) | สมทบตามข้อบังคับกองทุน |
| กบข. | ตามจริง ไม่เกิน 500,000 บาท | ข้าราชการเท่านั้น |
เพดานรวม SSF + RMF + PVD + กบข. + ประกันบำนาญ = ไม่เกิน 500,000 บาท
ค่าลดหย่อนอื่นๆ
| รายการ | จำนวนเงิน | เงื่อนไข |
|---|---|---|
| ดอกเบี้ยบ้าน (สินเชื่อบ้าน) | สูงสุด 100,000 บาท | บ้านที่อยู่อาศัย ไม่ใช่เพื่อลงทุน |
| เงินบริจาคทั่วไป | ตามจริง ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อน | บริจาคให้องค์กรที่กรมสรรพากรรับรอง |
| เงินบริจาคเพื่อการศึกษา/กีฬา/สาธารณกุศล | 2 เท่าของจำนวนที่บริจาค ไม่เกิน 10% | สถาบันการศึกษา กีฬา โรงพยาบาลรัฐ |
| เงินบริจาคพรรคการเมือง | สูงสุด 10,000 บาท | บริจาคให้พรรคการเมือง |
| ค่าฝากครรภ์/คลอดบุตร | สูงสุด 60,000 บาท/ครรภ์ | ค่าใช้จ่ายจริง |
วิธีคำนวณภาษี — ตัวอย่างจริง
ตัวอย่างที่ 1: เงินเดือน 30,000 บาท (โสด)
# === คำนวณภาษี: เงินเดือน 30,000 บาท/เดือน ===
# 1. เงินได้พึงประเมิน (รายได้ทั้งปี)
เงินเดือนรวม = 30,000 x 12 = 360,000 บาท
# 2. หักค่าใช้จ่าย (40(1) หักได้ 50% ไม่เกิน 100,000)
ค่าใช้จ่าย = 100,000 บาท
# 3. หักค่าลดหย่อน
ลดหย่อนส่วนบุคคล = 60,000 บาท
ประกันสังคม = 9,000 บาท (750 x 12)
รวมค่าลดหย่อน = 69,000 บาท
# 4. เงินได้สุทธิ
เงินได้สุทธิ = 360,000 - 100,000 - 69,000 = 191,000 บาท
# 5. คำนวณภาษี (ตามขั้นบันได)
150,000 แรก = ยกเว้น (0 บาท)
191,000 - 150,000 = 41,000 x 5% = 2,050 บาท
# ภาษีที่ต้องเสีย = 2,050 บาท/ปี (ประมาณ 171 บาท/เดือน)
# 6. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ที่บริษัทหักไว้แล้วทุกเดือน)
# ถ้าบริษัทหักไว้มากกว่า 2,050 → ได้เงินคืน!
# ถ้าบริษัทหักไว้น้อยกว่า 2,050 → ต้องจ่ายเพิ่ม
ตัวอย่างที่ 2: เงินเดือน 50,000 บาท (สมรส มีลูก 1 คน)
# === คำนวณภาษี: เงินเดือน 50,000 บาท/เดือน (สมรส ลูก 1) ===
# 1. เงินได้พึงประเมิน
เงินเดือนรวม = 50,000 x 12 = 600,000 บาท
# 2. หักค่าใช้จ่าย
ค่าใช้จ่าย = 100,000 บาท
# 3. หักค่าลดหย่อน
ลดหย่อนส่วนบุคคล = 60,000 บาท
คู่สมรส (ไม่มีรายได้) = 60,000 บาท
บุตร = 30,000 บาท
ประกันสังคม = 9,000 บาท
ประกันชีวิต = 50,000 บาท (ตามจริง)
SSF = 100,000 บาท
ดอกเบี้ยบ้าน = 80,000 บาท (ตามจริง)
รวมค่าลดหย่อน = 389,000 บาท
# 4. เงินได้สุทธิ
เงินได้สุทธิ = 600,000 - 100,000 - 389,000 = 111,000 บาท
# 5. คำนวณภาษี
111,000 บาท < 150,000 → ยกเว้นทั้งหมด!
# ภาษีที่ต้องเสีย = 0 บาท
# → ได้เงินคืนทั้งหมดที่บริษัทหักไว้!
ตัวอย่างที่ 3: เงินเดือน 100,000 บาท (โสด)
# === คำนวณภาษี: เงินเดือน 100,000 บาท/เดือน (โสด) ===
# 1. เงินได้พึงประเมิน
เงินเดือนรวม = 100,000 x 12 = 1,200,000 บาท
# 2. หักค่าใช้จ่าย
ค่าใช้จ่าย = 100,000 บาท
# 3. หักค่าลดหย่อน (maximize!)
ลดหย่อนส่วนบุคคล = 60,000 บาท
ประกันสังคม = 9,000 บาท
ประกันชีวิต = 100,000 บาท
ประกันสุขภาพ = 25,000 บาท (รวมในประกันชีวิต)
SSF = 200,000 บาท (30% ของ 1.2M = 360K, max 200K)
RMF = 300,000 บาท (เพดาน SSF+RMF+PVD ≤ 500K)
ดอกเบี้ยบ้าน = 100,000 บาท
รวมค่าลดหย่อน = 769,000 บาท
# 4. เงินได้สุทธิ
เงินได้สุทธิ = 1,200,000 - 100,000 - 769,000 = 331,000 บาท
# 5. คำนวณภาษี
150,000 แรก = ยกเว้น (0 บาท)
150,001-300,000 = 150,000 x 5% = 7,500 บาท
300,001-331,000 = 31,000 x 10% = 3,100 บาท
# ภาษีที่ต้องเสีย = 10,600 บาท/ปี
# (เทียบกับรายได้ 1.2 ล้าน = อัตราภาษีจริง 0.88% เท่านั้น!)
# ← นี่คือพลังของการใช้ค่าลดหย่อนให้เต็ม!
วิธียื่นภาษี ภ.ง.ด.91 ออนไลน์
ผ่านเว็บกรมสรรพากร (rd.go.th)
- เข้า
https://efiling.rd.go.th - ล็อกอินด้วยเลขบัตรประชาชน + รหัสผ่าน (ถ้ายังไม่มี ลงทะเบียนก่อน)
- เลือก ยื่นแบบ ภ.ง.ด.91 (สำหรับผู้มีเงินได้ประเภท 40(1) อย่างเดียว)
- กรอกข้อมูลเงินได้ — ดูจาก หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ที่บริษัทออกให้
- กรอกค่าลดหย่อนทั้งหมด
- ระบบคำนวณภาษีให้อัตโนมัติ
- ตรวจสอบ → ยืนยัน → ส่ง
- ถ้าต้องจ่ายเพิ่ม → ชำระผ่าน PromptPay, บัตรเครดิต, ธนาคาร
- ถ้าได้เงินคืน → เงินโอนเข้าบัญชีภายใน 1-3 เดือน
ผ่านแอป RD Smart Tax
- ดาวน์โหลดแอป RD Smart Tax (iOS/Android)
- ล็อกอิน → ยื่นแบบ
- สแกน 50 ทวิ ด้วยกล้อง → ข้อมูลถูกกรอกอัตโนมัติ
- เพิ่มค่าลดหย่อน → ตรวจสอบ → ส่ง
กำหนดยื่นภาษี
| รายการ | กำหนด |
|---|---|
| ยื่นแบบ ภ.ง.ด.91 / ภ.ง.ด.90 | มกราคม – มีนาคม ของปีถัดไป (ยื่นออนไลน์ขยายถึง 8 เมษายน) |
| ภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) | กรกฎาคม – กันยายน (สำหรับผู้มีเงินได้ 40(5)-(8)) |
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ไม่ยื่นภาษีเลย: แม้จะคำนวณแล้วไม่ต้องเสียภาษี ก็ต้องยื่น ไม่ยื่นมีโทษปรับ 2,000 บาท + เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน
- ลืมใส่ค่าลดหย่อน: ไม่ใส่ SSF, RMF, ประกัน, ดอกเบี้ยบ้าน ทำให้เสียภาษีมากกว่าที่ควร — ได้เงินคืนน้อยลง
- ไม่เก็บหลักฐาน: ใบเสร็จประกัน, หนังสือรับรอง SSF/RMF, หนังสือรับรองดอกเบี้ยบ้าน ต้องเก็บไว้ 5 ปี
- เงินได้หลายทาง แต่ยื่น 91: ถ้ามีเงินได้นอกจากเงินเดือน (ขายของออนไลน์, Freelance, ค่าเช่า) ต้องยื่น ภ.ง.ด.90 ไม่ใช่ 91
- ไม่รู้ว่า Withholding tax หักไว้แล้ว: ดอกเบี้ยเงินฝาก (หัก 15%), เงินปันผล (หัก 10%) — ถ้ายื่นรวมอาจได้คืน
บทลงโทษถ้ายื่นช้าหรือไม่ยื่น
| กรณี | บทลงโทษ |
|---|---|
| ยื่นแบบล่าช้า | ค่าปรับ 200 บาท (ถ้ายื่นเอง) หรือ 2,000 บาท (ถ้าถูกเรียก) |
| เสียภาษีล่าช้า | เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน ของภาษีที่ต้องจ่าย |
| เจตนาหลีกเลี่ยงภาษี | เบี้ยปรับ 1-2 เท่าของภาษี + โทษอาญา จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท |
Tax Planning Tips — วางแผนภาษีอย่างชาญฉลาด
1. วางแผนตั้งแต่ต้นปี ไม่ใช่ปลายปี
อย่ารอซื้อ SSF/RMF ตอนธันวาคม เพราะ:
- DCA ทั้งปี = ซื้อหลายราคา ลดความเสี่ยง
- ปลายปีอาจไม่มีเงินก้อน
- มักซื้อตอนราคาสูง (ปลายปีตลาดมักขึ้น)
2. ใช้สิทธิลดหย่อนให้เต็ม
ตรวจสอบว่ายังมีสิทธิลดหย่อนอะไรที่ยังไม่ได้ใช้ โดยเฉพาะ:
- SSF/RMF — ลดหย่อนได้มากที่สุด
- ดอกเบี้ยบ้าน — มักลืม
- ประกันสุขภาพพ่อแม่ — หลายคนไม่รู้ว่าลดหย่อนได้
- เงินบริจาค 2 เท่า — บริจาคสถาบันการศึกษา โรงพยาบาลรัฐ
3. ยื่นภาษีออนไลน์เสมอ
ยื่นออนไลน์ได้ขยายเวลาถึง 8 เมษายน, ได้เงินคืนเร็วกว่า, สะดวกกว่ามาก
4. เปรียบเทียบ “ยื่นรวม” vs “ยื่นแยก” (คู่สมรส)
ถ้าทั้งคู่มีรายได้ ลองคำนวณทั้ง 2 แบบ:
- ยื่นรวม → ใช้ค่าลดหย่อนคู่สมรสได้ แต่ฐานภาษีอาจสูงขึ้น
- ยื่นแยก → แต่ละคนใช้ค่าลดหย่อนของตัวเอง
- เลือกแบบที่เสียภาษีน้อยกว่า
5. เงินปันผล — เลือก Final Tax หรือยื่นรวม?
- เงินปันผลถูกหัก ณ ที่จ่าย 10% (Final Tax)
- ถ้ารายได้สุทธิอยู่ในฐาน 0-5% → ยื่นรวมแล้วขอคืนภาษีได้
- ถ้ารายได้สุทธิอยู่ในฐาน 15% ขึ้นไป → เลือก Final Tax 10% ดีกว่า
เอกสารที่ต้องเตรียม
- หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) — จากนายจ้าง
- หนังสือรับรอง SSF/RMF/PVD — จากบลจ. หรือบริษัทจัดการกองทุน
- ใบเสร็จเบี้ยประกันชีวิต/สุขภาพ — จากบริษัทประกัน
- หนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้บ้าน — จากธนาคาร
- ใบเสร็จบริจาค (e-Donation) — ระบบ e-Donation ของกรมสรรพากร (ไม่ต้องเก็บใบเสร็จกระดาษ)
- สำเนาทะเบียนสมรส/สูติบัตรบุตร — ถ้าใช้สิทธิคู่สมรส/บุตร
สรุป — ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ง่ายกว่าที่คิด
- สูตร: เงินได้ – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ → คำนวณตามขั้นบันได 0-35%
- ใช้ค่าลดหย่อนให้เต็ม: SSF/RMF เป็นเครื่องมือที่ดีที่สุด ทั้งลดภาษีและบังคับออม
- ยื่นออนไลน์: ผ่าน efiling.rd.go.th หรือแอป RD Smart Tax ง่าย สะดวก ได้เงินคืนเร็ว
- วางแผนตั้งแต่ต้นปี: DCA ซื้อ SSF/RMF ทุกเดือน ไม่ต้องรอปลายปี
- อย่ากลัวภาษี: เข้าใจระบบแล้ว จะรู้ว่าเสียภาษีน้อยกว่าที่คิด ถ้าใช้สิทธิลดหย่อนครบ
ภาษีเป็นหน้าที่ของพลเมืองทุกคน แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องเสียมากกว่าที่ควร การวางแผนภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมายคือสิทธิ์ของคุณ ใช้มันให้เต็มที่!


